Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 190 | >>

[คำว่า สีติ ตามปกติสำเร็จรูปมาจาก อส ธาตุ มี, เป็น + อ ปัจจัย + เอยฺยุํ วิภัตติ ลบ อ ใน อส ธาตุ และแปลง เอยฺยุํ เป็น อียุํ เนื่องจาก เอยฺยุํ เป็นสัตตมีวิภัตติที่มีความหมายว่า “พึง” ไม่เหมาะสมในที่นี้ ท่านจึงอธิบายว่า สีติ เป็นบทนิบาตที่แยกจากศัพท์ไม่ได้]

จบการแสดงข้อความปรมัตถ์แห่งอกุศลจิต

ในคัมภีร์ชื่อปรมัตถทีปนีอันเป็นอรรถาธิบายฉบับที่ ๔ ของคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ ด้วยประการฉะนี้

อธิบายอเหตุกจิต ๑๘

อธิบายอกุศลวิปากจิต ๗

๙. พระอนุรุทธาจารย์ได้ประมวลอกุศลจิตที่ทรามกว่าจิตทั้งหมดดังนี้แล้ว บัดนี้จะประมวลอเหตุกจิต จึงกล่าวว่า อุเปกฺขาสหคตํ (จิตที่เป็นไปโดยอาศัยจักขุประสาท ที่เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ดวงหนึ่ง) เป็นต้น เพื่อแสดงอกุศลวิบากที่ทรามกว่าอเหตุกจิตทั้งหมดในอเหตุกจิตเหล่านั้นก่อน

(๓๕) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “เมื่อจิตเหล่านั้นมี ๓ อย่างโดยจำแนกเป็นอกุศลวิบากเป็นต้นมีอยู่ พระอนุรุทธาจารย์จึงกล่าวจำแนกอกุศลวิปากจิตต่อจากอกุศลจิต” โดยมุ่งหมายว่า “พระอนุรุทธาจารย์แสดงอกุศลวิปากจิตต่อจากอกุศลจิต เพราะเป็นผลของอกุศลจิต” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ก็ควรกล่าวกุศลวิปากจิตไว้ต่อจากกุศลจิต

อรรถแห่งบทในคำว่า จกฺขุ และ โสต เป็นต้น จักปรากฏต่อไป[ในปริจเฉทที่ ๖ ชื่อว่า รูปสังคหวิภาค]

วิญญาณ คือ สภาวะรับรู้ ดังพระพุทธวจนะว่า

วิชานาติ วิชานาตีติ โข ภิกฺขเว ตสฺมา วิญฺญาณนฺติ วุจฺจติ.๕๕

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราเรียกว่าวิญญาณ เพราะเป็นสภาวะรับรู้”

จักขุวิญญาณ คือ จิตที่อาศัยจักขุประสาท

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka