Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 192 | >>

สงฺขฺยํ คจฺฉติ. โสตญฺจ ปฏิจฺจ สทฺทํ จ อุปฺปชฺชติ วิญฺญาณํ. โสตวิญฺญาณนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ฆานญฺจ ปฏิจฺจ คนฺธํ จ อุปฺปชฺชติ วิญฺญาณํ. ฆานวิญฺญาณนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รสํ จ อุปฺปชฺชติ วิญฺญาณํ. ชิวฺหาวิญฺญาณนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. กายญฺจ ปฏิจฺจ โผฏฺฐพฺเพ จ อุปฺปชฺชติ วิญฺญาณํ. กายวิญฺญาณนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จ อุปฺปชฺชติ วิญฺญาณํ. มโนวิญฺญาณนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ.๕๖

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเสมือนไฟอาศัยเชื้อนั้น ๆ ติดขึ้น ย่อมนับด้วยเชื้อนั้น ๆ ไฟอาศัยไม้ติดขึ้น ย่อมนับเป็นไฟไม้ ไฟอาศัยเศษไม้ติดขึ้น ย่อมนับเป็นไฟเศษไม้ ไฟอาศัยหญ้าติดขึ้น ย่อมนับเป็นไฟหญ้า ไฟอาศัยมูลโคติดขึ้น ย่อมนับเป็นไฟมูลโค ไฟอาศัยแกลบติดขึ้น ย่อมนับเป็นไฟแกลบ ไฟอาศัยหยากเยื่อติดขึ้น ย่อมนับเป็นไฟหยากเยื่อ ฉันใด

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุปไมยก็ฉันนั้น วิญญาณอาศัยจักขุประสาทและรูปเกิดขึ้น ย่อมนับเป็นจักขุวิญญาณ วิญญาณอาศัยโสตประสาทและเสียงเกิดขึ้น ย่อมนับเป็นโสตวิญญาณ วิญญาณอาศัยฆานประสาทและกลิ่นเกิดขึ้น ย่อมนับเป็นฆานวิญญาณ วิญญาณอาศัยชิวหาประสาทและรสเกิดขึ้น ย่อมนับเป็นชิวหาวิญญาณ วิญญาณอาศัยกายประสาทและโผฏฐัพพะเกิดขึ้น ย่อมนับเป็นกายวิญญาณ วิญญาณอาศัยมนะและธรรมารมณ์เกิดขึ้น ย่อมนับเป็นมโนวิญญาณ”

คำว่า ตถา (เช่นเดียวกันนั้น) นี้ ทำหน้าที่ดึงคำว่า อุเปกฺขาสหคตํ (เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา)[มาไว้ในประโยคนี้]

[คำว่า ตถา หมายถึง เช่นเดียวกันนี้ เป็นบทนิบาตที่แสดงว่าข้อความในพากย์หลังนี้เหมือนข้อความในพากย์แรก จึงทำหน้าที่อนุกฑฺฒนะ (ดึง) คือดึงความหมายของคำว่า อุเปกฺขาสหคตํ (เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา) จากพากย์แรกว่า อุเปกฺขาสหคตํ จกฺขุวิญฺญาณํ (จิตที่อาศัยจักขุประสาทเกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา) มาสู่พากย์หลังว่า โสตวิญฺญาณํ (จิตที่อาศัยโสตประสาท) เป็นต้น]

ทุกข์ คือ สภาวะทำบุคคลให้เป็นทุกข์ หมายความว่า เบียดเบียนสัมปยุตตธรรม หรือบุคคลผู้ประกอบด้วยสภาวะนั้น

อีกนัยหนึ่ง ทุกข์ คือ สภาวะทำลายสุขทางกายโดยไม่ดีงาม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka