ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ปัจจัย ๔ อย่างคือ ความไม่วิบัติแห่งโสตประสาท การได้รับที่อาศัยคืออากาศ การมาปรากฏแห่งเสียง และความใส่ใจ เป็นเหตุเกิดของโสตวิญญาณ
ปัจจัย ๔ อย่างคือ ความไม่วิบัติแห่งฆานประสาท การได้รับที่อาศัยคือลม การมาปรากฏแห่งกลิ่น และความใส่ใจ เป็นเหตุเกิดของฆานวิญญาณ
ปัจจัย ๔ อย่างคือ ความไม่วิบัติแห่งชิวหาประสาท การได้รับที่อาศัยคืออาโปธาตุ การมาปรากฏแห่งรส และความใส่ใจ เป็นเหตุเกิดของชิวหาวิญญาณ
ปัจจัย ๔ อย่างคือ ความไม่วิบัติแห่งกายประสาท การได้รับที่อาศัยคือปฐวีธาตุ การมาปรากฏแห่งโผฏฐัพพารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในโผฏฐัพพารมณ์ ๓ [คือปฐวีธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ] และความใส่ใจ เป็นเหตุเกิดของกายวิญญาณ
การได้รับที่อาศัยคือแสงสว่างและอากาศเป็นต้น กล่าวไว้เพราะรูปเป็นต้นมาปรากฏในปสาทรูปโดยไม่มีแสงสว่างไม่ได้ เพราะรูปที่อยู่ใกล้ย่อมมาปรากฏในจักขุประสาทไม่ได้ในเมื่อไม่มีแสงสว่าง ข้ออื่นก็มีนัยเดียวกัน
ส่วนข้อความในคัมภีร์อรรถกถาว่า
จกฺขุมฺหิ ปน อสมฺภินฺเนปิ พหิทฺธา รูปารมฺมเณ อาปาถํ อนาคจฺฉนฺเต จกฺขุวิญฺญาณํ นุปฺปชฺชติ. ตสฺมึ ปน อาปาถํ อาคจฺฉนฺเตปิ อาโลกสนฺนิสฺสเย อสติ นุปฺปชฺชติ.๕๙
“เมื่อจักขุประสาทไม่วิบัติ รูปารมณ์ภายนอกไม่มาปรากฏ จักขุวิญญาณย่อมไม่เกิด แต่ครั้นรูปารมณ์ภายนอกนั้นมาปรากฏ ถ้าไม่มีแสงสว่าง จักขุวิญญาณก็ไม่เกิด”
ข้อความนั้นมุ่งแสดงว่าวิญญาณจิตย่อมไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากแสงสว่าง มิใช่แสดงว่าเมื่อแสงสว่างไม่มีก็ยังปรากฏได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะมีโทษว่า แม้รูปในที่มืดก็มาปรากฏในจักขุประสาทได้
อกุศลวิบาก คือ ผลของอกุศล
ถามว่า : ชื่อว่า วิบาก เพราะมีสภาพอย่างไร
ตอบว่า : ชื่อว่า วิบาก เพราะมีสภาพสุกงอม