Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 195 | >>

ถามว่า : สุกงอมอย่างไร

ตอบว่า : ลักษณะที่ผลมะม่วงเป็นต้นในโลกสลัดพันความอ่อนแล้วเข้าถึงการสุกงอม เรียกว่า การสุกงอม ฉันใด สภาวะการสุกงอมในที่นี้ ก็มีอุปไมยฉันนั้น

ข้อความนี้พึงแสดงด้วยความบริบูรณ์ ๔ อย่าง คือ ความบริบูรณ์ด้วยเจตนา ความบริบูรณ์ด้วยกรรม ความบริบูรณ์ด้วยการปรากฏ และความบริบูรณ์ด้วยการส่งผล

ความบริบูรณ์ด้วยเจตนา คือ ภาวะที่เจตนาอันเป็นกุศลและอกุศลบริบูรณ์ด้วยขณะ ๓ อย่างในเวลาสั่งสมกรรมนั้น ๆ [ได้แก่ บุพเจตนา = เจตนาก่อนทำ มุญจนเจตนา = เจตนาขณะทำ อปรเจตนา = เจตนาหลังทำ] อนึ่ง ในขณะดับไปเจตนานั้นย่อมไม่ดับสิ้นโดยเข้าถึงความไม่มีอย่างสิ้นเชิง แต่เก็บรักษาภาวะพิเศษของตนซึ่งบริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวงเพื่อให้เกิดผลในกระแสจิตแล้วดับลง ภาวะพิเศษนั้นติดตามกระแสจิตแม้ตลอดแสนกัปที่ยังไม่ได้โอกาส[ให้ผล] เป็นเรื่องที่ตรัสไว้ในคัมภีร์ธรรมบทว่า

น หิ ปาปํ กตํ กมฺมํ
สชฺชุขีรํว มุจฺจติ
ฑหนฺตํ พาลมนฺเวติ
ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก.๖๐

“กรรมชั่วที่ทำแล้ว ยังไม่ให้ผลทันที เหมือนนมรีดใหม่ในวันนั้น [ที่ไม่กลายเป็นนมเปรี้ยวทันที] แต่มันจะติดตามเผาผลาญคนพาลในภายหลัง เหมือนไฟที่ถูกขี้เถ้ากลบ”

ความบริบูรณ์ด้วยกรรม คือ ภาวะพิเศษนั้นอันนับว่าเป็นปรมัตถธรรมเฉพาะอย่างหนึ่งเหมือนอนุสัยธาตุ (ธรรมชาติที่นอนเนื่องอยู่ในกระแสจิต) [คือไม่ควรกล่าวว่ามิใช่ปรมัตถธรรม เพราะมีสภาพเป็นกรรมปัจจัย]

อนึ่ง ภาวะพิเศษนั้นย่อมเปิดโอกาสเพื่อให้ผลในเวลาได้รับเหตุปัจจัยอันสมควรแก่ตน

ถามว่า : เปิดโอกาสอย่างไร

ตอบว่า : ภาวะพิเศษนั้นย่อมปรากฏแก่ผู้ใกล้จะเสียชีวิต ทำนิมิตของตน (กรรมนิมิต) ให้ปรากฏ หรือทำคตินิมิตให้ปรากฏ ถ้าบุคคลยึดถืออยู่ไม่ปล่อยอารมณ์นั้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka