ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คือเจตนา เปรียบดังกัน ใบ ดอกที่เกิดจากเมล็ดข้าวเปลือก ไม่เรียกว่า “ข้าวสาลี” แต่เมล็ดข้าวสาลีที่เหมือนเมล็ดข้าวเปลือกได้ชื่อว่า “ข้าวสาลี”
ตามนัยนี้คำว่า วิบาก เป็นรูฬหีนาม คือชื่อที่มีความหมายไม่ตรงกับสภาพที่เป็นจริง เหมือนคำว่า สิริวฑฺฒ (นายเจริญศรี) ซึ่งเป็นชื่อของคนเลวทราม ก็ถือว่าชื่อนั้นไม่ตรงกับสภาพที่เป็นจริง จึงถือว่าเป็นรูฬหีนาม และจัดเป็นสำนวนที่กล่าวถึงนามธรรมคือวิปากจิตซึ่งเหมือนกับเหตุคือกุศลกรรมกับอกุศลกรรม]
(๓๗) ตามมตินี้ อาจารย์ทั้งหลายแสดงอุปมาว่า ในบรรดาก้าน ใบ ดอก และเมล็ดข้าวที่เกิดจากเมล็ดข้าวเปลือก เมล็ดข้าวสาลีและข้าวสาลีสุกย่อมปรากฏในเมล็ดข้าวที่เหมือนเมล็ดข้าวเปลือก อุปมานั้นไม่สมเหตุผล เพราะเมล็ดข้าวไม่ชื่อว่าสุกงอมในเวลายังอ่อนอยู่ และก้าน ใบ ดอกก็ชื่อว่าแก่จัดงอมในเวลางอมแล้ว ความจริงแม้ก้าน ใบ และดอกเหล่านั้น ชาวโลกก็กล่าวกันว่า ก้านแก่ ใบแก่ ดอกแก่
[คัมภีร์ปรมัตถทีปนีเห็นว่า คำว่า วิบาก มีอรรถตามศัพท์ว่า “สุกงอม” จึงไม่รวมถึงกรรมชรูปที่เกิดจากกรรม เพราะกรรมชรูปไม่มีลักษณะสุกงอมเหมือนวิปากจิต หมายความว่า ระยะแก่กล้าสุกงอมที่มีความบริบูรณ์ด้วยวิบาก ชื่อว่า วิบาก (สภาวะสุกงอม) นามธรรมจึงได้ชื่อว่า วิบาก ตามนัยนี้คำว่า วิบาก เป็นอันวัตถนาม คือ ชื่อที่มีความหมายตรงตามสภาพ เหมือนคนผิวดำได้ชื่อว่า นายดำ (กาฬะ)
อย่างไรก็ดี คัมภีร์สังคหกาสฎีกา (หน้า ๕๒) กล่าวว่า วิบากที่เป็นโลกุตตระและวิบากที่ให้ผลในปวัตติกาล ไม่มีสภาพแก่กล้าสุกงอม ดังนั้น มติของคัมภีร์อัฏฐสาลินีจึงครอบคลุมวิบากที่เป็นนามธรรมทั้งหมด]
๑๐. สุข คือ สภาวะทำให้เป็นสุข หมายความว่า กระทำสัมปยุตตธรรมหรือบุคคลผู้ประกอบด้วยสัมปยุตตธรรมให้ได้รับความสุข
อีกนัยหนึ่ง สุข คือ สภาวะทำลายทุกข์ทางกายด้วยดี
อีกนัยหนึ่ง สุข คือ สภาวะทนได้ง่าย