Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 199 | >>

ส่วนความไม่แน่นอนในการที่กุศลวิปากจิตประกอบกับเหตุอื่นปราศจากโทษคือเหตุประกอบด้วยกุศลเหตุและอัพยากตเหตุมีอโลภเหตุเป็นต้นมีได้ เพราะกุศลวิปากจิตเป็นผลของกุศล และเมื่อความไม่แน่นอนในการประกอบกับเหตุมีอยู่ การที่กุศลวิปากจิตเป็นอเหตุกะจึงน่าสงสัย ดังนั้น พระอนุรุทธาจารย์จึงกล่าวว่า อเหตุก (ไม่มีเหตุ) ในกุศลวิปากจิต

[พระอนุรุทธาจารย์กล่าว อเหตุก ศัพท์ในคำว่า กุสลวิปากาเหตุกจิตฺตานิ นาม (ชื่อว่า อเหตุกกุศลวิปากจิต) ในขณะที่ไม่กล่าวคำนี้ในพากย์ต้นว่า อกุสลวิปากจิตฺตานิ นาม (ชื่อว่า อกุศลวิปากจิต) เนื่องจากอกุศลวิปากจิตเป็นอัพยากตธรรม (ธรรมที่ไม่กล่าวว่าเป็นกุศลและอกุศล = วิบากและกิริยา) จึงไม่น่าสงสัยว่าจิตเหล่านี้ได้ประกอบกับโลภเหตุเป็นต้นที่เป็นเหตุฝ่ายอกุศล แม้กุศลเหตุมีอโลภเหตุเป็นต้นก็ประกอบในอกุศลวิปากจิตไม่ได้เนื่องด้วยเป็นผลของอกุศล ส่วนกุศลวิปากจิตเป็นผลของกุศล จึงชวนสงสัยว่าจิตเหล่านี้ประกอบร่วมกับอโลภเหตุเป็นต้นได้หรือไม่ ดังนั้น พระอนุรุทธาจารย์จึงกล่าว อเหตุก ศัพท์ในคำว่า กุสลวิปากาเหตุกจิตฺตานิ นาม (ชื่อว่า อเหตุกกุศลวิปากจิต) เพื่อห้ามการประกอบร่วมกับอโลภเหตุเป็นต้น]

อธิบายอเหตุกกิริยาจิต ๓

๑๑. ปัญจทวารวัชชนะ คือ จิตใคร่ครวญอันเกิดทางทวาร ๕ มีจักขุทวารเป็นต้น จิตดังกล่าวรับอารมณ์อันมากระทบทางทวาร ๕ แล้ว ย่อมมีการใคร่ครวญเกิดขึ้น [หมายความว่า ภาวะที่จิตขึ้นสู่วิถีเปิดรับอารมณ์ทางทวาร ๕ คือ ปัญจทวารวัชชนะ]

มโนทวารวัชชนะ คือ จิตใคร่ครวญเกิดทางมโนทวารที่เรียกว่า ภวังคจิต จิตดังกล่าวรับอารมณ์ที่มาปรากฏทางมโนทวาร ย่อมมีการใคร่ครวญเกิดขึ้น [หมายความว่า ภาวะที่จิตขึ้นสู่วิถีเปิดรับอารมณ์ทางใจ คือ มโนทวารวัชชนะ]

อนึ่ง ภวังคจิตทั้งหมดเป็นมโนทวารในที่นี้

(๓๙) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ฎีกาว่า “ในคำว่า มโนทฺวาร นี้ คำว่า มโน คือ ภวังคจิตที่เป็นอนันตรปัจจัยแก่อาวัชชนจิต มโนทวาร คือ จิตนั้นแหละเป็นทวาร (เหตุเกิด) เพราะเป็นเหตุเกิดของวิถีจิตมีอาวัชชนจิตและชวนจิตเป็นต้น” และข้อความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวินีว่า “มโนทวาร คือ ภวังคจิตอันเป็นอนันตรปัจจัยแก่อาวัชชนจิต เพราะเป็นเหตุเกิดของวิถีจิต” ข้อความทั้งหมดนั้นไม่สมควร เพราะถ้ากล่าวว่า “ภวังคจิตที่มีวิถีจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka