Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ส่วนในคัมภีร์ฎีกาทั้งหลายได้แสดงเป็นรูปนปุงสลิงค์]ว่า หสิตุปปาท์ โดยมองหาจิตที่มีเพศเป็นนปุงสลิงค์]

[ตามหลักภาษา คำว่า อุปปาท มีรูปเป็นปุงสลิงค์แน่นอน เพราะสำเร็จรูปมาจาก อุ บทหน้า + ปท ธาตุ + ณ ปัจจัย รูปที่ลง ณ ปัจจัยท้าย ปท ธาตุจะเป็นปุงสลิงค์เสมอตามสูตรในกัจจายน-ไวยากรณ์ (สูตร ๕๖๘) ว่า วิส-รุช-ปทาทิโต ณ (ลง ณ ปัจจัยท้าย วิส, รุช และ ปท ธาตุเป็นต้น) ดังนั้น คัมภีร์ปรมัตถทีปนีจึงใช้เป็นรูปปุงสลิงค์ว่า หสิตุปปาโท ส่วนคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหฎีกาและอภิธัมมัตถวิภาวนีกล่าวถึงรูปนปุงสลิงค์ว่า หสิตุปปาท์ โดยคล้อยตามบทวิเสสยะคือ จิตฺตํ มตีนีก็ถูกต้อง เพราะบททิตถ์อาจมีลิงค์ตามข้อความที่กล่าวถึงได้ เช่น คโต ปุริโส (บุรุษไป) คตา อิตฺถี (สตรีไป) คตํ กุลํ (สกุลไป)]

อเหตุุกกิริยาจิต คือ จิตอันไม่มีเหตุตามนัยที่กล่าวแล้ว และเป็นเพียงกิริยานั้นๆ เพราะปราศจากหน้าที่ในการส่งผล[เหมือนวิปากจิต]หรือก่อให้เกิดผล[เหมือนกุศลจิตและอกุศลจิต]

จิตที่พ้นจากวิถีจิตอันมีกิจ [หน้าที่ในการปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ] อ่อนกำลัง ปัญจวิญญาณจิตมีวัตถุป [ปสาทวัตถุ] อ่อนกำลัง และสัมปฏิจฉนจิตเป็นต้นมีกิจและฐานอ่อนกำลัง จิตดังกล่าว [จิตที่พ้นจากวิถี ๑๙ ปัญจวิญญาณจิต ๑๐ และสัมปฏิจฉนจิตเป็นต้น] จึงเป็นไปด้วยการให้ผลเป็นวิบากล้วนๆ อย่างเดียวโดยไม่มีความอุสาหะของตนจิตทั้งหมดนั้นชื่อว่า วิปากจิต

ส่วนจิตที่เป็นไปด้วยความอุสาหะของตน เพราะมีกิจที่มีกำลัง และกอปรด้วยความอุสาหะเพื่อก่อให้เกิดวิบากต่อไป ชื่อว่า กุศลจิตและอกุศลจิต

ส่วนในบรรดาจิตที่พ้นจากการให้ผลเป็นวิบากล้วนๆ และเป็นไปไปด้วยความอุสาหะของตน อาวัชชนจิต ๒ ดวงเป็นจิตอ่อนกำลัง เพราะได้รับปัจจัยจากกระแสวิบาก และกิริยาจิตดวงอื่นย่อมเป็นไปในกระแสจิตของพระอรหันต์ผู้ปราศจากอนุสัยกิเลส ดังนั้น จิตดังกล่าว [กิริยาจิต ๓] จึงปราศจากความอุสาหะเพื่อก่อให้เกิดวิบากโดยสิ้นเชิง จิตทั้งหมดนั้นชื่อว่า กิริยาจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka