Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

บัดนี้ ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]จะกล่าวการพิจารณาเวทนาตั้งแต่ต้น โดยความพิสดาร
ดังนี้ ลำดับแรก วัตถุรูปและอารมณ์ของจักขุวิญญาณเป็นต้นจัดเป็นอุปาทายรูป และการ
กระทบกันและกันของอุปาทายรูปมีกำลังน้อยเหมือนปุยุ่นกระทบกัน จักขุวิญญาณเป็นต้น
จึงประกอบกับอุเบกขาในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์

ส่วนอารมณ์ของกายวิญญาณเป็นมหาภูตรูป กายวิญญาณจึงประกอบกับสุขเวทนา
ในอิฏฐารมณ์และประกอบกับทุกขเวทนาในอนิฏฐารมณ์ เพราะการที่อารมณ์[คือมหาภูต-
รูป ๓] นั้นกระทบกายวัตถุ[สือกายประสาท]แล้วผ่านไปถึงมหาภูตรูปอันเป็นที่อาศัยของ
กายประสาท เป็นภาวะมีกำลังแรง เปรียบดั่งการที่ฆ้อนผ่านปุยุ่นแล้วไปกระทบทั้งเป็น
ภาวะมีกำลังแรง ในเมื่อใช้ฆ้อนทุบปุยุ่นที่วางไว้บนทั้ง

สัมปฏิจฉันนจิตเกิดขึ้นถัดจากปัญจวิญญาณที่มีกำลังน้อยกว่าจิตทั้งหมด จึงไม่มี
กำลังเสมอและประกอบกับอุเบกขาในอารมณ์ทั้งปวง ส่วนในคัมภีร์วิภาวนีได้แสดงข้อความ
นี้ไว้ด้วยการได้รับปัจจัยจากวิญญาณจิตอันมีวัตถุรูปที่อาศัยต่างกัน

[คัมภีร์ปรมัตถทีปนีเห็นว่าสัมปฏิจฉันนจิตติดต่อจากปัญจวิญญาณที่มีกำลังน้อย จึงมี
กำลังน้อยไปด้วย ทำให้ประกอบกับอุเบกขา ส่วนคัมภีร์วิภาวนีเห็นว่า ปัญจวิญญาณจิตมีวัตถุรูปที่
อาศัยอันได้แก่จักขุวัตถุเป็นต้นตามลำดับ และปัญจทวาราวัชชนจิตซึ่งเกิดก่อนปัญจวิญญาณจิตเกิดขึ้น
โดยอาศัยหทัยวัตถุ จึงประกอบกับอุเบกขาเพราะได้รับปัจจัยจากจิตซึ่งมีวัตถุรูปที่อาศัยต่างกัน]

สันตีรณจิตเป็นไปโดยอาศัยวัตถุรูปที่มีกำลัง และได้รับปัจจัยจากจิตดวงก่อนอัน
มีวัตถุรูปที่อาศัยมีกำลังเช่นนั้น จึงมีกำลังมากขึ้นเล็กน้อย กุศลวิบากสันตีรณจิตนั้นจึงประกอบ
กับอุเบกขาในอิฏฐารมณ์และประกอบกับโสมนัสในอติอิฏฐารมณ์ ส่วนอกุศลวิบากสันตีรณจิต
ประกอบกับอุเบกขาในอนิฏฐารมณ์และอติอนิฏฐารมณ์

ถามว่า : เพราะเหตุใด

ตอบว่า : ถ้าจิตนั้นมีเวทนาโดยจำแนกประเภทเป็นอติอนิฏฐารมณ์ได้ ก็ควร
ประกอบด้วยทุกขเวทนาหรือโสมนัสเวทนาได้ ในบรรดาเวทนานั้นๆ อกุศลวิบากสันตีรณจิต
ไม่ประกอบกับทุกขเวทนาก่อน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka