ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[ความประจักษ์แห่งข้อความที่ไม่กล่าวไว้โดยตรง เรียกว่า อวุตตสิทธินีย คือ ความสำเร็จโดยอ้อมแม้จะไม่กล่าวไว้ เหมือนเมื่อกล่าวว่า จิต ๘ ดวงชื่อว่า โลกุตตรจิต (จิตพ้นโลก) จิตดวงอื่นย่อมได้ชื่อว่า โลกิยจิต (จิตที่มีในโลก) หรือ อุตตรจิต (จิตที่มีจิตอื่นยิ่งกว่า) โดยปริยายที่ตรงข้ามกัน]
ในคาถานั้น คำว่า ปาปาเหตุภมุตตานิ แปลว่า นอกเหนือจากอกุศลจิตและอเหตุุกจิต
พึงประกอบบทว่า จิต ๕๙ ดวง หรือจิต ๙๑ ดวงบ้าง ชื่อว่า โสภณจิต
ในเรื่องนั้น คำว่า ปาเปหิ แปลว่า อกุศลจิต ความจริงอกุศลจิตย่อมยังบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยตนให้เข้าถึงอบายทั้งที่ไม่ได้ปรารถนา จึงได้ชื่อว่า บาป (สภาพผลักดัน) ข้อความดังกล่าวปฏิเสธความสงสัยในการที่บุญชื่อว่า บาป เพราะเป็นสภาวะให้ถึงสุคติ เนื่องจาก การยังผู้ปรารถนาอยู่ให้ถึงสุคติไม่ประจักษ์ความพยายามในการผลักดัน
อีกนัยหนึ่ง อกุศลจิตเหล่านั้นได้ชื่อว่า บาป เพราะเป็นสภาพต่ำทราม
[คำว่า ปาป มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- สภาพผลักดัน = อปาย์ ปาเปนฺตีติ ปาปานิ (ป บทหน้า + อป ธาตุ + เณ ปัจจัย + อ ปัจจัย)
- สภาพต่ำทราม ตามนัยนี้เป็นบทที่แยกรากศัพท์ไม่ได้ และไม่มีรูปวิเคราะห์ตามหลักภาษา เรียกว่า อนิผันนปาฏิปทิกะ]
จิต ๕๙ ดวงชื่อว่า โสภณจิต (จิตดีงาม) เพราะประกอบด้วยคุณธรรมมีศรัทธา เป็นต้นอันดีงาม และถึงความงามเลิศด้วยตนเองเพราะการประกอบด้วยคุณธรรมนั้น
๑๕. บัดนี้ พระเถระจะแสดงโสภณจิตตามลำดับจิตหยาบและประณีต จึงกล่าวว่า โสมนสฺสสหคตํ (จิตที่เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา) เป็นต้น