Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ในประโยคนั้น ญาณ คือ สภาวะรู้แจ้ง หมายความว่า รู้ลอดตามความเป็นจริง
พึงกระทำสมาสว่า ญาณสัมปยุต คือ จิตที่ประกอบกับปัญญา

ญาณวิปปยุต คือ จิตที่ไม่ประกอบกับปัญญา

อสังขาร คือ หมู่ปัจจัยไม่มีสภาพกระตุ้นเตือน

สสังขาร คือ หมู่ปัจจัยที่มีสภาพกระตุ้นเตือน หมายถึง หมู่ปัจจัยปกติในการ
เกิดกุศลมีการอาศัยสัตบุรุษเป็นต้น

ดังกล่าวโดยพิสดาร เมื่อใดหมู่ปัจจัยนั้นก่อให้เกิดกุศลจิตด้วยกำลังของตนล้วนๆ
โดยไม่มีสังขารทั้งสอง เมื่อนั้นเป็นอสังขาร เมื่อใดหมู่ปัจจัยนั้นก่อให้เกิดกุศลจิตด้วยกำลัง
ของตนไม่ได้ ต้องได้รับการสนับสนุนคือสภาพกระตุ้นเตือนจึงก่อให้เกิดกุศลจิต เมื่อนั้น
เป็นสสังขาร

อสังขาริก คือ จิตที่เกิดด้วยหมู่ปัจจัยอันไม่มีสภาพกระตุ้นเตือน
สสังขาริก คือ จิตที่เกิดด้วยหมู่ปัจจัยอันมีสภาพกระตุ้นเตือน
ข้อความทั้งหมดนี้ได้กล่าวไว้แล้ว
ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]กล่าวถึงเหตุเกิดของโสมนัสเป็นต้นแล้ว

อีกนัยหนึ่ง เหตุอย่างนี้คือ ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ
ถึงพร้อมด้วยไทยธรรม และถึงพร้อมด้วยผู้รับ เป็นต้น เป็นเหตุของโสมนัส

เหตุที่ตรงกันข้ามกัน เป็นเหตุของอุเบกขา
เหตุของปีติสัมโพชฌงค์และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่กล่าวไว้ในคัมภีร์อรรถกถา
พึงกล่าวในที่นี้

[ธรรมที่ก่อให้เกิดปีติสัมโพชฌงค์มี ๑๑ ประการ คือ

  • พุทธานุสสติ การหมั่นระลึกถึงพระพุทธคุณ
  • ธรรมานุสสติ การหมั่นระลึกถึงพระธรรมคุณ
  • สังฆานุสสติ การหมั่นระลึกถึงพระสังฆคุณ
  • สีลานุสสติ การหมั่นระลึกถึงศีลคุณ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka