Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ส่วนญาณวิปยุตตจิตมี ๒,๑๖๐ ดวงเช่นกัน

ในบรรดาดิตเหล่านี้ ญาณสัมปยุตตจิตเมื่อคุณด้วยอธิบดี ๔ ก็เป็นจิต ๘,๖๔๐ ดวง

ส่วนญาณวิปยุตตจิตเมื่อคุณด้วยอธิบดี ๓ เว้นวิมังสา เป็นจิต ๖,๔๘๐ ดวง

จิตทั้ง ๒ อย่างนั้นเมื่อรวมเข้ากันอีกก็เป็นจิต ๑๕,๑๒๐ ดวง

จิตเหล่านั้นเมื่อรวมกับจิตล้วนๆ ที่ตั้งไว้เฉพาะก่อน เป็นจิต ๑๙,๔๔๐ ดวง

ส่วนในคัมภีร์ฎีกากล่าวว่า “เมื่อคณจิตทั้งหมดเสมอกับบุญกิริยาวัตถุ ก็เป็นจิต

๑๗,๒๘๐ ดวง” โดยไม่แยกสุทธิกจิตและญาณวิปยุตตจิต ตามนัยที่กล่าวไว้ในที่นี้

(๔๒) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “จิตที่คูณเหมือนอย่างนั้นมี ๑๕,๑๒๐ ดวง” โดย

ไม่แยกสุทธิกจิต (จิตล้วนๆ ที่ตั้งไว้เฉพาะก่อน) แต่แยกญาณวิปยุตตจิตอย่างเดียวไว้

ต่างหาก ข้อความทั้งหมดนั้นไม่สมควร เพราะกามาวจรกุศลจิตเหล่านี้มีอธิบดีเสมอ จึง

ควรเชื่อว่าจิตที่มีอธิบดีแน่นอน แต่จิตเหล่านี้ไม่มีอธิบดีแน่นอนเหมือนมหัคคตจิตกับ

โลกุตตรจิตข้างหน้า ส่วนตามนัยของคัมภีร์ฎีกา มีโทษคือญาณวิปยุตตจิตย่อมประกอบ

ด้วยวิมังสา

อีกนัยหนึ่ง ในข้อความ[ของคัมภีร์อรรถกถา]นี้ว่า “โกสุลลสมฺภูฏเจน กุสลา”๖

(ชื่อว่า กุศลเพราะเป็นสภาวะเกิดด้วยปัญญา) ญาณวิปยุตตจิตชื่อว่า กุศล เพราะเกิดด้วย

ปัญญาที่เรียกว่าความฉลาดอันเป็นอุปนิสสัยปัจจัย (ปัจจัยเป็นที่อาศัยซึ่งอยู่ใกล้ตัว)

ซึ่งเกิดในวิถีจิตที่มี อาวัชชนจิตต่างกัน [วิถีจิตอันประกอบด้วยอาวัชชนจิตต่างจากวิถีที่เป็น

ญาณวิปปยุตตจิต] ฉันใด ในข้อนี้ ญาณวิปยุตตจิตนั้นกล่าวได้ว่าเป็นวิมังสาธิปเตยยะ

(ประกอบด้วยวิมังสาธิบดี) เพราะเกิดด้วยญาณอันเป็นอุปนิสสัยปัจจัยที่เป็นวิมังสาธิบดี

ฉันนั้น ญาณวิปปยุตตจิตจึงไม่ถูกแยกออกด้วยความมุ่งหมายนี้ แต่กามกุศลจิตที่พ้นจาก

อธิบดีมีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงไม่ควรเป็นจิตที่มีวิมังสาธิบดีเป็นเหตุ

พึงกระทำสมาสว่า กามาวจรกุศลจิต คือ จิตที่เป็นกุศลหยั่งลงเป็นไปในกามภูมิ

ถามว่า : ชื่อว่า กุศล เพราะมีสภาพอย่างไร

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka