ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อนึ่ง จิตเหล่านี้ไม่เป็นไปโดยทำอธิบดีธรรมคือฉันทะเป็นต้นให้เป็นหลักด้วย
ประเภทของทานเป็นต้น และด้วยประเภทของกายกรรมเป็นต้น จึงไม่มีวิธีคูณด้วย
ประเภทของบุญกิริวัตถุ กรรม และอธิบดีธรรม
(๔๓) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “มหาวิปากจิตเหล่านี้ไม่เป็นไปโดยความเป็น
กรรมทวาร (เหตุแห่งกรรม = กายทวาร วจีทวาร และมโนทวาร) เพราะไม่ก่อให้เกิดวิญัติ
และไม่เป็นไปโดยความเป็นกรรม เพราะมีสภาพไม่ส่งผล” ข้อความนั้นพึงใคร่ครวญ
เพราะวิธีคูณโดยประเภทแห่งกัมมติกะ [หมวดกรรม ๓ อย่างือกายกรรม วจีกรรม และ
มโนกรรม] กล่าวไว้ในกุศลจิตก่อน แต่ไม่กล่าวถึงต่างหากโดยความเป็นกรรมทวาร
ธรรมดาว่าหมวดกรรม ๓ อย่างย่อมสำเร็จโดยความเป็นกรรมทวาร ๓
ถามว่า : ในคัมภีร์อรรถกถา๖๗ กล่าวว่า “ประเภทของกรรมทวารในกามาวจร-
กุศล ย่อมไม่มีในมหาวิปากจิตนี้ เพราะไม่ก่อให้เกิดวิญัติ ประเภทของกรรมบถย่อมไม่มี
เพราะมีสภาพไม่ส่งผล และประเภทของบุญกิริวัตถุย่อมไม่มี เพราะไม่เป็นไปเหมือน
กุศล[ด้วยการให้ทานเป็นต้น]” มิใช่หรือ
ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่ในคัมภีร์อรรถกถานั้น คำว่า “ประเภทของกรรมทวาร
ย่อมไม่มี เพราะไม่ก่อให้เกิดวิญัติ” แสดงความไม่ต่างกันในกายกรรม วจีกรรม และ
มโนกรรม และคำว่า “ประเภทของกรรมบถย่อมไม่มีในมหาวิปากจิตนี้ เพราะมีสภาพไม่
ส่งผล” แสดงความไม่ต่างกันในกรรมบถ ๑๐
ส่วนการคูณตามมติของคัมภีร์วิภาวนี ไม่ถือเอาประเภทของกรรมบถในมหากุศล
จิต แต่ถือเอาหมวดกรรม ๓ อย่างอันต่างกันโดยประเภทแห่งกรรมทวาร ๓ อย่าง และหมวด
กรรม ๓ อย่างนั้นย่อมสำเร็จด้วยข้อความ[ในคัมภีร์วิภาวนี]นั้นว่า “มหาวิปากจิตเหล่านี้ไม่
เป็นไปโดยประเภทแห่งกรรมทวาร ๓ เพราะไม่ก่อให้เกิดวิญัติ” ถ้าคัมภีร์นั้นพึงกล่าวการ
คูณต่างหากโดยประเภทแห่งกรรมบถ ๑๐ ในมหากุศลจิตก่อน ถ้าเป็นเช่นนี้พระสุมังคลา-
จารย์ ก็ควรกล่าวไว้ในที่นี้ว่า “มหาวิปากจิตเหล่านี้ย่อมไม่เป็นไปโดยความเป็นกรรมบถ
เพราะมีสภาพไม่ส่งผล”