ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[คาถาสรุปในคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ มีข้อความว่า “กามาวจรกุศลจิต [๘ ดวง] กามาวจรวิปากจิต [๘ ดวง] และกามาวจรกิริยาจิต [๘ ดวง] ที่มีเหตุ มี ๒๔ ดวงตามประเภทแห่ง เวทนา ญาณ และสังขาร” ส่วนคัมภีร์นี้แต่งคาถาใหม่เพื่อให้เนื้อความชัดเจนขึ้นและสอดคล้องกับคำ สรุปคาถาในรูปาวจรจิตและอรูปาวจรจิตว่า
“รูปาวจรจิตมี ๕ ดวงตามประเภทแห่งฌาน รูปาวจรจิตนั้นมี ๑๕ ดวงตามประเภทแห่ง กุศล วิบาก และกิริยา”
“อรูปาวจรจิตมี ๔ ดวงตามประเภทแห่งอารมณ์ มี ๑๒ ดวงตามประเภทแห่งกุศล วิบาก และกิริยา”]
๒๐. คาถาที่ขึ้นต้นว่า กาเม (ในกามาวจรภูมิมีจิต ๕๔ ดวงโดยประการทั้งปวง คือ วิปากจิต ๒๓ ดวง กุศลจิตและอกุศลจิต ๒๐ ดวง และกิริยาจิต ๑๑ ดวง) เป็น คำสรุปกามาวจรจิตทั้งหมด
ในคาถานั้น พึงประกอบบทว่า ในกามาวจรภูมิมีจิต ๕๔ ดวงโดยประการทั้งปวง คือ วิปากจิตทั้งหมดในกามาวจรภูมิมี ๒๓ ดวง โดยจำแนกเป็นสเหตุกวิปากจิตและ อเหตุกวิปากจิต กุศลจิตและอกุศลจิตมี ๒๐ ดวง และกิริยาจิตทั้งหมดมี ๑๑ ดวง โดย จำแนกเป็นสเหตุกกิริยาจิตและอเหตุกกิริยาจิต
อนึ่ง ปิ ศัพท์ในคำว่า สพฺพถา (โดยประการทั้งปวง) นี้ แสดงไว้ด้วยการลบศัพท์
[ภาษาบาลีมีการใช้คำในลักษณะหนึ่งที่เรียกว่า ลุตตนิภทฺถฏฐะ คือ แสดงไว้ด้วยการลบไป หมายความว่าท่านผู้แต่งได้ลบคำบางคำไปเพื่อให้คำสละสลวยหรือเพื่อรักษาคณะฉันท์ แต่ความหมาย ของคำนั้นยังคงอยู่ เหมือนเมื่อฝนตกแล้วน้ำฝนยังคงอยู่แม้ในเวลาที่ฝนหยุดตกแล้วก็ตาม]
อรรถของ ปิ ศัพท์นั้นได้กล่าวแล้วด้วยคำว่า มี ๕๔ ดวงโดยประการทั้งปวงที่ตรัส ไว้ในคัมภีร์ธรรมสังคณีบ้าง มี ๕๔ ดวงโดยประการทั้งปวงที่มีจำแนกไว้ในคัมภีร์วิภังค์บ้าง เป็นต้น
(๕๗) ข้อความนี้ได้ปฏิเสธการจำแนกอรรถของคำว่า สพฺพถา (โดยประการทั้งปวง) นั้นในคัมภีร์วิภาวนี เพราะนับเข้าในกุศลเป็นต้นที่กล่าวแล้วในการประมวลจิตนี้