ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ปฐมฌานกุศลจิต คือ กุศลจิตซึ่งประกอบกับปฐมฌานอันเป็นหมู่ธรรมที่เรียกว่า
วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา
ถามว่า : ชื่อว่า ปฐม และฌาน เพราะมีสภาพอย่างไร
ตอบว่า : ชื่อว่า ปฐม เพราะเป็นฌานที่พึงบรรลุครั้งแรก ชื่อว่า ฌาน เพราะ
เข้าไปเพ่งอารมณ์อันมีกสิณเป็นต้นและไตรลักษณ์มีความไม่เที่ยงเป็นต้น หรือ เผาธรรม
อันตรงกันข้าม
[คำว่า ฌาน มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- สภาวะเข้าไปเพ่งอารมณ์ = อารมฺณํ อุปนิชฌายตีติ ฌานํ (เฌ ธาตุ = เพ่ง + ยุ
ปัจจัย)
หรือ สภาวะเข้าไปเพ่งไตรลักษณ์ = ลภุขณ์ อุปนิชฌายตีติ ฌานํ (เฌ ธาตุ = เพ่ง + ยุ
ปัจจัย)
- สภาวะเผาธรรมอันตรงกันข้าม = ปจจุภีกรฺมุเม ฌาเปตีติ ฌานํ (เฌ ธาตุ = เร่าร้อน
+ เณ การิตปัจจัย + ยุ ปัจจัย)]
ในอรรถทั้งสองเหล่านี้ พึงทราบว่าเอกัคคตาประกอบยิ่งกว่าเจตสิกอื่น โดย
แท้จริงแล้ว เอกัคคตานั้นได้ชื่อว่า เอกัคคตา เพราะประกอบด้วยคุณคือความเป็นใหญ่
ในการเป็นไปเช่นนั้นของจิตที่เรียกว่า เอกัคคะ (มีอารมณ์เดียว) เพราะมีอรรถ[ตามรูป
วิเคราะห์]ว่า เอกัคคะ คือ จิตอันมีสุดคืออารมณ์เดียว หรือ จิตอันมีส่วนคืออารมณ์เดียว
เอกัคคตานั้นชื่อว่า สมาธิ เพราะเป็นสภาวะไม่ให้จิตซัดส่ายไปในอารมณ์ต่างๆ ตั้งไว้ดีใน
อารมณ์เดียวโดยความไกลจากปฏิปักษ์ธรรม และตั้งไว้สม่ำเสมอโดยกระทำความสม่ำเสมอ
แห่งอินทรีย์แล้วให้ถึงภาวะอันไม่มีความหดหู่และความซัดส่ายในอารมณ์
[คำว่า สมาธิ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- สภาวะตั้งไว้ดี โดยไม่ให้จิตซัดส่าย = สมมา อาริยติ ถเปตีติ สมาธิ ตามนัยนี้ ตัดบท
เป็น สํ (ดี) + อาธิ (ตั้งไว้)
- สภาวะตั้งไว้สม่ำเสมอ โดยมีอินทรีย์สมดุลกัน = สมำ อาริยติ ถเปตีติ สมาธิ ตามนัยนี้
ตัดบทเป็น สมํ (สม่ำเสมอ) + อาธิ (ตั้งไว้)]