Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

หากเป็นตามนี้ ความพร้อมเพรียงแห่งธรรม[อันเป็นองค์ประกอบ]จึงเป็นสิ่งสำคัญ
ในฐานะ ๓ ที่เรียกว่าฌาน มรรค และโพชฌงค์ เพราะเมื่อมีความพร้อมเพรียงแห่งองค์ประกอบ
ฌานย่อมจะทำกิจมีการเข้าไปเพ่งเป็นต้นให้สำเร็จด้วยการบรรลุอัปปนา และธรรมเหล่านี้
แม้กระทำกิจของตนเป็นอย่างๆ ตามนัยที่กล่าวแล้ว ก็ให้สำเร็จกิจอย่างเดียวกันคือการ
เข้าไปเพ่ง กล่าวคือภาวะที่จิตไม่หวั่นไหวในอารมณ์ หมู่ธรรมมีวิตกเป็นต้นจึงได้ชื่อว่า
ฌาน เหมือนการเรียกรถในส่วนรวมแห่งองค์ประกอบ[แต่ละส่วน]ของรถ

อาจารย์ท่านอื่นกล่าวว่า “กิจของตนทุกอย่างมีการยกจิตเข้าไปสู่อารมณ์ของวิตก
เป็นต้นทั้ง ๕ อย่าง ได้ชื่อว่ากิจเข้าไปเพ่งแต่ละอย่างๆ วิตกเป็นต้นทั้งหมด เมื่อถึงความ
เป็นฌานปัจจัยในคัมภีร์ปัฏฐาน” ๖๙ จึงให้สำเร็จฌานปัจจัยคราวละอย่างๆ ได้ เพราะเหตุนั้น
จึงกล่าวได้ว่าวิตกเป็นต้นแต่ละอย่างชื่อว่า ฌาน

อนึ่ง ในข้อความว่า ‘ศีลมีองค์ ๕ ศีลมีองค์ ๑๐’ นี้ หมู่ศีล ๕ เป็นต้นเป็นเหตุให้
ศีลได้รับชื่อว่ามีองค์ ๕ เป็นต้น มิใช่เหตุของความเป็นศีล เพราะแม้ศีลข้อหนึ่งมีการงดเว้น
จากปาณาติบาตเป็นต้นย่อมชื่อว่า ศีล ฉันใด หมู่องค์ฌาน ๕ ก็เป็นเหตุของการมีองค์ ๕
และความเป็นปฐมฌานเป็นต้นในที่นี้ มิใช่เหตุของความเป็นฌาน ฉันนั้น มิฉะนั้นแล้ว
องค์ฌานทั้งหลายก็ควรเป็นปัจจินิกธรรม (ธรรมอันตรงกันข้าม) ในฌานปัจจัย”

โดยประการฉะนี้ เมื่อภาวะที่รูปาวจรจิตเกิดร่วมกับผัสสะเป็นต้นแม้มีอยู่ การ
ไม่ถือเอาผัสสะเป็นต้นในจิตเหล่านี้ย่อมมี เพราะไม่มีกิจพิเศษอย่างนั้น

ทุติยฌานกุศลจิต คือ กุศลจิตที่ประกอบกับทุติยฌานกล่าวคือวิจาร ปีติ สุข และ
เอกคัตตา

แม้คำอื่นก็เหมือนกัน
ถามว่า : ธรรมอย่างไหนกระทำองค์ฌานเหล่านี้ให้ต่างกัน
ตอบว่า : อัธยาศัยของบุคคลกระทำ หมายความว่า บุคคลใดมีวิตกเป็นเครื่อง
สนับสนุน ก่อให้เกิดปฐมฌานมีองค์ ๕ แล้ว กระทำความชำนาญในปฐมฌานนั้น ย่อม
เบื่อหน่ายในวิตกอีก อัธยาศัยของเขาดำรงอยู่เพื่อล่วงพ้นปฐมฌานแล้วบรรลุฌานที่มีองค์ ๔

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka