Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ถามว่า : รู้ได้อย่างไร

ตอบว่า : เพราะพบในคัมภีร์อรรถกถา ดังสาธกในคัมภีร์อัฏฐสาลินีว่า

โย อาทิโต กิเลเส วิภขมฺเณโต ทุกเขน สสงขาเรน สปปโยเกน กิลมนฺโต
วิภขมฺเกติ. ตสฺส ทุกขาปฏิปทา โหติ. โย กิเลเส วิภขมฺเณโต สุเขน อกิลมนฺโต วิภขมฺเกติ.
ตสฺส สุขาปฏิปทา โหติ.๗๒

“บุคคลใดเมื่อข่มกิเลสในเบื้องต้น ย่อมข่มได้โดยยากลำบากมีสังขารความเพียร
ปฏิปทาของเขาเป็นปฏิปทาอันเป็นทุกข์ ส่วนบุคคลใด เมื่อข่มกิเลส ย่อมไม่ลำบากข่มได้โดย
สะดวก ปฏิปทาของเขาเป็นปฏิปทาอันเป็นสุข”

แม้ในคัมภีร์สัมโมหวิโนทนีและวิสุทธิมรรคเป็นต้น ก็กล่าวไว้เหมือนกัน

อนึ่ง บุคคลย่อมพบข้อความในพากย์หลัง[โดยอ้อม]ว่า “โดยสะดวกไม่มีสังขาร
ความเพียร” เพราะพบเห็นข้อความในพากย์ต้นว่า “โดยยากมีสังขารความเพียร”

ในพากย์นั้น คำว่า “มีสังขารความเพียร” หมายความว่า ด้วยหมู่ปัจจัยมีการเห็น
โทษ ในกามเป็นต้นอันประกอบด้วยสังขารความเพียร ด้วยข้อความนั้น พระอรรถกถาจารย์
กล่าวว่า ฌานที่เป็นทุกขปฏิปทาทั้งหมดเป็นสังขาริก

ส่วนคำว่า “ไม่มีสังขารความเพียร” หมายความว่า หมู่ปัจจัยอันปราศจากสังขาร
ความเพียร ด้วยข้อความนั้น พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่าฌานที่เป็นสุขปฏิปทาทั้งหมด
เป็นอสังขาริก

ความจริงเมื่อฌานที่รู้เห็นเร็วเป็นทุกขปฏิปทา ความเป็นสสังขาริกย่อมเป็นอันรู้ได้
แต่เมื่อฌานที่รู้เห็นช้าเป็นสุขปฏิปทา ความเป็นอสังขาริกก็เป็นอันรู้ได้

ถามว่า : ถ้าประเภทแห่งสังขารพึงมีโดยจำแนกตามปฏิปทาอย่างนี้ ประเภท
แห่งสังขารของมัคคสิทธิฌาน (ฌานสำเร็จด้วยมรรค) และอุปปัตติสิทธิฌาน (ฌานสำเร็จ
ด้วยปฏิสนธิ) ซึ่งปราศจากปฏิปทา จะสำเร็จได้อย่างไร

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka