ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ในเรื่องนั้น ทุกขปฏิปทา คือ การเจริญฌานของบุคคลผู้[ปฏิบัติโดย]ลำบาก
เพราะปัจจัยซึ่งตรงกันข้ามมีอยู่ใกล้[ฌาน]
สุขปฏิปทา คือ การเจริญฌานของบุคคลผู้[ปฏิบัติโดย]สะดวก
ทันธาภิญญา คือ การรู้ยิ่งอันเกิดจากการเจริญฌานของผู้บรรลุอัปปนาช้าใน
ภายหลัง
ขิปปาภิญญา คือ การรู้ยิ่งอันเกิดจากการเจริญฌานของผู้บรรลุเร็ว
ในข้อนั้น ทุกขปฏิปทาในเบื้องแรย่อมกระทำฌานที่เกิดช้าหรือเร็วต่อมาให้ได้
ชื่อว่า ทุกขปฏิปทา ส่วนสุขปฏิปทาในเบื้องแรย่อมกระทำฌานที่เกิดช้าหรือเร็วต่อมาให้
ได้ชื่อว่า สุขปฏิปทา
พึงทราบประเภทของปฏิปทาในทุติยฌานเป็นต้น ด้วยอำนาจความลำบากหรือ
ความสะดวกในการข่มความเพลิดเพลินในฌานก่อน
บุคคลใดผู้เป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิตในกาลนี้ แม้ไม่มีการสั่งสมซึ่งเคยทำไว้ใน
ภพก่อน เป็นผู้พ้นจากธรรมอันเป็นอันตรายต่อฌาน ดำรงอยู่ในข้อปฏิบัติ์ ตัดความกังวล
แล้ว ส่งใจไป[สู่ฌาน]แล้ว ย่อมเจริญฌาน การเจริญฌานของเขาย่อมสำเร็จ พึงถึงความ
ยุติในเรื่องนี้อย่างนี้
๒๒. ในฌานที่เป็นวิบาก กามาวจรกุศลเมื่อยังไม่บรรลุอัปปนา ย่อมอ่อนแอไร้กำลัง
ส่งผลในกิจและฐานต่างๆ เล็กน้อยและในอัตภาพทราม จึงส่งผลที่ไม่เสมอกับตน ส่วน
มหัคคตกุศลเมื่อบรรลุอัปปนา ย่อมแก่กล้ามีกำลัง ส่งผลในภวังคฐานแก่อัตภาพของพรหม
ผู้ยิ่งใหญ่ จึงส่งผลเสมอกับตนตลอดกาล ฉะนั้น ท่านจึงแสดงวิบากที่เหมือนกุศล
โดยประการทั้งปวงว่า วิตกวิจารปีติสุขยเขกคุคตาสหิตํ (วิปากจิตที่ประกอบกับปฐมฌาน
เกิดร่วมกับวิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ดวงหนึ่ง) เป็นต้น