Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

(๕๕) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวนีว่า “คำว่า ปญฺจธา (มี ๕ ดวง) คือ มี ๕
ดวงอันได้แก่ จิตที่มีองค์ ๕ จิตที่มีองค์ ๔ จิตที่มีองค์ ๓ จิตที่มีองค์ ๒ และจิตที่มีองค์ ๒
อีก” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะฌานมีองค์ ๕ เป็นต้น มิใช่จิต

จบการแสดงข้อความปรมัตถ์แห่งรูปาวจรจิต

อธิบายอรูปาวจรจิต ๑๒

๒๖. บัดนี้ พระอนุรุทธอาจารย์จะแสดงอรูปาวจรจิต จึงกล่าวว่า อากาสานญฺจา-
ยตนกุสลจิตตํ (กุศลจิตที่ประกอบกับอากาสานัญจายตนะตนฌาน ดวงหนึ่ง) เป็นต้น

ในประโยคนั้น อากาส คือ สิ่งรุ่งโรจน์ยิ่งนัก ความจริงอากาศแม้ไม่มีอยู่โดย
สภาวะของตน ก็ปรากฏเหมือนรุ่งโรจน์ยิ่งนักด้วยอานุภาพของแสงจันทร์และแสงอาทิตย์
เป็นต้น

อาจารย์ทั้งหลายกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า “คำว่า อกาสะ คือ สิ่งที่ไม่ถูกขีดข่วนด้วย
การตัดและทำลาย คำว่า อากาศ ก็คือ สิ่งที่ไม่ถูกขีดข่วนนั้นนั่นแหละ [โดยลง ณ ปัจจัย
ในอรรถสกัณฑ์ไม่มีความหมายใดๆ]”

[คำว่า อากาศ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- สิ่งรุ่งโรจน์ยิ่งนัก = ภูโส กาสติ ทิพพตีติ อากาสา (อา บทหน้า + กาส ธาตุ = รุ่งโรจน์
+ ณ ปัจจัยในกัตตุสารนะ)
- สิ่งที่ไม่ถูกขีดข่วน = อากาส เอว อากาสา (อากาส ศัพท์ + ณ ปัจจัยในอรรถสกัณฑ์)]

อากาศมี ๔ อย่างคือ อชัฏกากาศ (อากาศคือท้องฟ้า) ปริจฉินนาากาศ (อากาศมี
ช่องประตูเป็นต้น) กสิณุคฆาฏิมากากาศ (อากาศที่เกิดขึ้นด้วยการเพิกกสิณ) และรูปกลาป-
ปริจเฉทากาศ (อากาศคือช่องว่างระหว่างรูปกลาป)

พระอนุรุทธอาจารย์หมายเอาสิกุคฆาฏิมากากาศในที่นี้ เพราะอากาศนั้นเหมือน
ดั่งเป็นอันเดียวกันกับอชัฏกากาศและถูกแผ่ไปโดยความไม่มีที่สุด อากาศอันหาที่สุดมิได้
จึงชื่อว่า อากาสานันตะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka