ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อาจารย์บางท่านกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า “ขอบเขตคือความเกิดขึ้นหรือความดับไป
ย่อมไม่ปรากฏในอากาศ อากาศนั้นจึงไม่มีที่สุด”
คำว่า อากาสานัญจะ คือ อากาศอันไม่มีที่สุดนั้นนั่นแหละ เพราะสำเร็จพร้อม
ด้วย ย ปัจจัยในอรรถสกัตถ์
[คำว่า อากาสานญฺจ สำเร็จรูปมาจาก อากาสานนต ศัพท์ + ณุย ปัจจัย โดยลง ณุย ปัจจัย
ในอรรถสกัตถ์เหมือนคำว่า ยถากุจจ (ยถากูฏ ศัพท์ + ณุย ปัจจัย) เป็นต้น เมื่อควรกล่าวว่า
อากาสานนฺตย ให้แปลง นุ เป็นนิคหิต และแปลง ตุย เป็น จ ด้วยสูตรในสัททนีติปกรณ์ (สุตตมาลา
สูตร ๑๐๕) ว่า นสฺส นิคคหิตํ ตยานเมโก โจ (แปลง น เป็นนิคหิต และแปลง ตุย เป็น จ) ครั้นแล้ว
ให้แปลงนิคหิตเป็นพยัญชนะที่สุดวรรคคือ ญ อักษร จึงสำเร็จรูปว่า อากาสานญฺจ]
หมู่จิตและเจตสิกอันมีอากาศอันหาที่สุดมิได้เป็นที่ตั้ง ชื่อว่า อากาสานัญจายตนะ
(ฌานที่มีอากาศอันหาที่สุดมิได้เป็นที่ตั้ง)
ในเรื่องนี้ อากาศอันหาที่สุดมิได้ชื่อว่า อายตนะ (ที่ตั้ง) เพราะเป็นที่ตั้งของฌาน
และสัมปยุตตธรรมที่บรรลุอัปปนาแล้วในอากาศอันหาที่สุดมิได้ เหมือนสถานที่สถิตของ
เทวดาได้ชื่อว่า เทวายตนะ (เทวาลัย) หมู่จิตและเจตสิกอันมีอากาศอันหาที่สุดมิได้เป็นที่
ตั้ง จึงชื่อว่า อากาสานัญจายตนะ (ฌานที่มีอากาศอันหาที่สุดมิได้เป็นที่ตั้ง) หมายถึง หมู่
จิตและเจตสิก ดังพระพุทธวจนะในคัมภีร์วิภังค์ว่า
อากาสานญฺจายตนุนติ อากาสานญฺจายตนํ สมาปนุนสฺส วา อุปปนุนสฺส วา
ทิฏฐธมฺมสุขวิหาริสฺส วา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา.๓
“จิตและเจตสิกธรรมทั้งหลายของบุคคลผู้เข้าอากาสานัญจายตนฌาน[อันเป็น
กุศล] หรือของบุคคลผู้ปฏิสนธิ[ด้วยวิบากฌาน] หรือว่าของบุคคลผู้อยู่เป็นสุขในอัตภาพ
ปัจจุบัน[ด้วยกิริยาฌาน] ชื่อว่า อากาสานัญจายตนะ”
อากาสานัญจายตนกุศลจิต คือ กุศลจิตที่เป็นไปในฌานมีอากาศอันหาที่สุดมิได้
เป็นที่ตั้ง
ในคำว่า วิญญาณญจายตนํ นี้ วิญญาณ คือ อากาสานัญจายตนจิตนั่นแหละ