Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

จิตนั้นแม้มีที่สุดโดยการเกิดเป็นต้นก็ได้ชื่อว่า อนันตะ (หาที่สุดมิได้) เพราะเป็น
ไปในอากาศก็ได้ชื่อว่าไม่มีที่สุด

            อีกนัยหนึ่ง คำว่า อนุต มีความหมายว่า “ส่วน” จิตชื่อว่า อนันตะ เพราะไม่
ดำรงอยู่ในส่วนหนึ่ง[คืออุปปาทขณะ ฐิติขณะ หรือภังคขณะ]ในส่วนหลายส่วน ย่อมเป็นไป
ในการเจริญฌานซึ่งมีปฐมารูปปวิญญาณเป็นอารมณ์ด้วยการแผ่ไปสู่อากาศทั้งหมด

            อีกนัยหนึ่ง จิตชื่อว่า อนันตะ เพราะเป็นไปในการเจริญฌานอันมีปฐมารูปปวิญญาณ
เป็นอารมณ์ว่าหาที่สุดมิได้ เนื่องจากเป็นไปในการเจริญฌานอันได้ชื่อว่าหาที่สุดมิได้

            อีกนัยหนึ่ง พึงกล่าวว่า อนันตะ ด้วยการแผ่ไปของจิตในอากาศก็ได้ชื่อว่า
หาที่สุดมิได้

            คำว่า วิญญาณันตะ คือ วิญญาณอันหาที่สุดมิได้ วิญญาณอันหาที่สุดมิได้นั้น
นั่นแหละ ชื่อว่า วิญญาณัญจะ ด้วยนิรุตตินัย

            [เมื่อลง ณุย ปัจจัยในอรรถสกัตถ์เป็นรูปว่า วิญญาณานุตฺยุ แล้ว ให้ลบ น อักษรด้วย
นิรุตตินัยที่เรียกว่า วัณณนาสะ คือ การลบอักษร วิธีทำสำเร็จรูปอื่นจากนี้เหมือนกับคำว่า
อากาศานญจ ที่กล่าวมาแล้ว]

            คำว่า วิญญาณัญจายตนะ คือ หมู่จิตและเจตสิกซึ่งมีวิญญาณอันหาที่สุดมิได้เป็น
ที่ตั้ง

            พึงกระทำสมาสว่า วิญญาณัญจายตนกุศล คือ กุศลจิตที่เป็นไปในหมู่จิตและเจตสิก
คือฌานที่มีวิญญาณอันหาที่สุดมิได้เป็นที่ตั้ง ดังพระพุทธวจนะในคัมภีร์วิภังค์ว่า

            วิญญาณญจายตนุนติ วิญญาณญจายตนํ สมาปนุนสส วา อุปปนุนสส วา ทิฏฐธมฺม-
สุขวิหาริสส วา จิตตเจตสิกา ธมฺมา.๗๗

            “จิตและเจตสิกธรรมทั้งหลายของบุคคลผู้เข้าวิญญาณัญจายตนฌาน หรือของ
บุคคลผู้เข้าถึงด้วยปฏิสนธิ หรือว่าของบุคคลผู้อยู่เป็นสุขในอัตภาพปัจจุบัน ชื่อว่า
วิญญาณัญจายตนะ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka