ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อารมณ์ที่พึงล่วงพ้นไปในตติยรูปปวิญญาณ คือ ปฐมารูปปวิญญาณ ส่วนอารมณ์
ที่พึงยึดหน่วงของตติยรูปปวิญญาณ คือ นัตถิกาวัปปบัญญัติ
อารมณ์ที่พึงล่วงพ้นไปในจตุกถารูปปวิญญาณ คือ นัตถิกาวัปปบัญญัติ ส่วนอารมณ์
ที่พึงยึดหน่วง คือ ตติยารูปปวิญญาณ
ในที่นั้น แม้อรุปปาวจรจิตจะมี ๔ ดวงโดยจำแนกตามอารมณ์ที่พึงล่วงพ้นไป ๔
อย่าง แต่ประเภทของอรุปปาวจรจิตย่อมปรากฏชัดโดยจำแนกตามอารมณ์ที่พึงยึดหน่วงซึ่ง
ปรากฏโดยตรงในเรื่องนี้ด้วยคำว่า อากาสานัญจายตน (กุศลจิตอันเป็นไปในฌานที่มี
อากาศอันหาที่สุดมิได้เป็นที่ตั้ง) เป็นต้น
พึงประกอบบทว่า อรุปปาวจรจิตมี ๔ ดวงตามประเภทแห่งอารมณ์ มี ๑๒ ดวง
ตามประเภทแห่งกุศล วิบาก และกิริยา
จบการแสดงข้อความปรมัตถ์แห่งอรุปปาวจรจิต
๓๑. บัดนี้ พระอนุรุทธอาจารย์จะแสดงโลกุตตรจิตที่มาถึงตามลำดับ จึงกล่าวว่า
โสตาปตฺติมคฺคจิตฺตํ (จิตที่ประกอบกับโสตาปัตติมรรค) เป็นต้น
ในประโยคนั้น โสตะ คือ กระแสน้ำในแม่น้ำคงคาเป็นต้น เพราะเป็นสภาวะไหลไป
คือเป็นไปต่อเนื่องไม่หวนกลับ ดังเช่นกระแสน้ำย่อมไหลไปไม่หวนกลับตั้งแต่ต้นธารจนถึง
มหาสมุทร คือเป็นไปต่อเนื่องโดยแท้
อริยมรรคมีองค์ ๘ ชื่อว่า โสตะ เพราะเหมือนกระแสน้ำ ดังพระบาลีว่า
โย โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคุโค. เสยฺยถิทํ. สมมาทิฏฐิ ฯเปฯ สมมาสมาธิ.
อยํ วุจฺจตาวุโส โสโต.๗๙
“ผู้มีอายุ อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ)... สัมมาสมาธิ (ความ
ตั้งมั่นชอบ) ผู้มีอายุ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เรียกว่า กระแสน้ำ”