Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

เป็นสหายของพรหมผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญาตนภูมิ เขาจุติจากภพนั้นแล้ว ไม่มาสู่
กามภูมินี้”

ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า

อิถตฺถตนฺติ อิมิ กามาวจรปญฺจกขนฺธานํ.๗๖

“คำว่า อิถตฺถตนฺ์ (กามภูมินี้) คือ การมีขันธ์ ๕ อันเป็นกามาวจร”

ข้อความนี้กล่าวไว้ด้วยอำนาจแห่งความเป็นไปของกิเลส มิใช่กล่าวด้วยอำนาจ
แห่งความเป็นไปของบุคคล เพราะพระโสดาบันและพระสกทาคามีผู้เป็นพรหมจะไม่มาสู่
พรหมโลกชั้นต่ำด้วยการปฏิสนธิ พวกท่านจะมาสู่กามภูมินี้ได้อย่างไรกัน

ถามว่า : ทราบได้อย่างไร

ตอบว่า : ทราบได้ตามพระพุทธดำรัสในอนุสัยยมกว่า

กามธาตุยา จุตสฺส รูปธาตุ อรูปธาตุ อุปปชฺชนฺตสฺส กสฺสจิ สตฺต อนุสยา
อนุเส่นติ, กสฺสจิ ปญฺจ อนุสยา อนุเส่นติ, กสฺสจิ ตโย อนุสยา อนุเส่นติ.๗๗

“อนุสัย ๗ นอนเนื่องแก่บุคคลบางคน [ปุถุชน] ผู้จุติจากกามสุคติภูมิ [๗] แล้วเกิด
ในรูปภูมิและอรูปภูมิ อนุสัย ๕ นอนเนื่องแก่บุคคลบางคน [พระโสดาบันและพระสกทาคามี]
อนุสัย ๓ นอนเนื่องแก่บุคคลบางคน [พระอนาคามี]”

และมีพระพุทธดำรัสว่า

รูปธาตุยา อรูปธาตุยา จุตสฺส กามธาตุ อุปปชฺชนฺตสฺส สตฺเตว อนุสยา อนุเส่นติ.๗๘

“อนุสัย ๗ นอนเนื่องแก่บุคคลผู้จุติจากรูปภูมิและอรูปภูมิแล้ว ไปเกิดในกามสุคติ-
ภูมิ [๗]”

ในพระบาลีนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในประโยคแรกว่า อนุสัยมี ๗ โดย
จำแนกตามปุถุชน อนุสัยมี ๕ โดยจำแนกตามพระโสดาบันและพระสกทาคามี อนุสัยมี ๓
โดยจำแนกตามพระอนาคามี ส่วนในประโยคหลังตรัสว่า อนุสัยมี ๗ โดยจำแนกตามปุถุชน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka