Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อย่างเดียว เพราะพระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามีผู้เป็นพรหมย่อมไม่ไปสู่
กามภูมิด้วยการปฏิสนธิ

ในอรรถกถาธัมมหยวิงค์กล่าวว่า

รูปาวจเร นิพพตตา โสตาปนุนสกทาคามิโน น ปุน อิธาคจุฉนฺติ, ตตฺเถว ปริ-
นิพพายนฺติ. เอเต หิ ฌานอนาคามิโน นาม.

“พระโสดาบันและพระสกทาคามีผู้อุบัติเกิดในรูปภูมิแล้วจะไม่มาสู่ กามภูมินี้
อีก ย่อมปรินิพพานในรูปภูมินั้น พวกท่านชื่อว่า ฌานอนาคามี (พระอนาคามีโดยฌาน)”

นวสุ พรหมโลเกสุ นิพพตตอริยสาวกาน์ ตตฺรูปปตฺติ โหติ อุปรูปปตฺติ. น
เหตุรูปปตฺติ. ปุถุชชนาน์ ปน ตตฺรูปปตฺติ โหติ อุปรูปปตฺติ เหตุรูปปตฺติ.

“การอุบัติเกิด[ซ้ำกัน]ในพรหมโลกนั้นบ้าง การอุบัติเกิดในพรหมโลก ชั้นสูงบ้าง
ย่อมมีแก่พระอริยสาวกผู้เกิดในพรหมโลก ๙ ชั้น การอุบัติเกิด ในกามภูมิชั้นต่ำย่อม
ไม่มี ส่วนปุถุชนมีการอุบัติเกิดในพรหมโลกนั้นบ้าง พรหมโลกชั้นสูงบ้าง กามภูมิชั้นต่ำบ้าง”

การไม่มาสู่กามภูมิตังกล่าว ย่อมเกิดขึ้นด้วยอานุภาพของฌานอันมีมรรคเป็น
เครื่องสนับสนุน มิใช่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพของมรรค

ในคำว่า “สกทาคามี คือ ผู้มีปรกติมาสู่โลกนี้คราวเดียวด้วยการปฏิสนธิ” นี้ คำว่า
“สู่โลกนี้” ในคัมภีร์อรรถกถาทั้งหลายแสดงอรรถไว้ ๒ นัยว่า “สู่มนุษยภูมินี้” หรือ “สู่
กามภูมินี้”

เมื่อมีอรรถแรก คำว่า “มา” นี้มีความหมายว่า “มาจากเทวโลก” ส่วนอรรถหลัง
มีความหมายว่า “มาจากเทวโลกและพรหมโลก” แต่ในพระบาลีคล้ายกับระบุถึงอรรถหลัง
ดังสารกในคัมภีร์ปุคคลบัญญัติว่า

อนาคนตฺวา อิตถตฺตํ อนาคามี เตน ทฏฐพฺโพ. อาคนนฺตฺวา อิตถตฺตํ โสตาปนุน-
สกทาคามิโน เตน ทฏฐพฺพก.

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka