ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“พึงทราบว่า ผู้ไม่มาสู่กามภูมินี้ ชื่อว่า อนาคามี เพราะการไม่มานั้น พึงทราบว่า
ผู้มาสู่กามภูมินี้ ชื่อว่า โสดาบันและสกทาคามี เพราะการมานั้น”
พระดำรัสว่า “ผู้ไม่มาสู่กามภูมินี้” แสดงความหมายว่า ชื่อว่า อนาคามี เพราะ
ไม่มาสู่กามภูมินี้
ส่วนพระดำรัสว่า “ผู้มาสู่กามภูมินี้” แสดงความหมายว่า ชื่อว่า สกทาคามี เพราะ
พระโสดาบันและพระสกทาคามีทั้งสองมาสู่กามภูมินี้อีกคราวหนึ่ง
ถามว่า : เพราะเหตุใด
ตอบว่า : เพราะคำทั้งสองคำคือ อิตถตฺตํ (กามภูมินี้) ที่มีอยู่ในประโยคติดกัน
ไม่ควรมีความหมายต่างกัน [คือ คำหนึ่งหมายถึงมนุษยภูมิ อีกคำหนึ่งหมายถึงกามภูมิ]
ในมัชฌิมปัณณาสก์ กัณณกถถลสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
โย โส มหาราช พรหมมา สพฺยาปชฺโฌ, โส พรหมมา อาคนฺตา อิตถตฺตํ. โย โส
พรหมมา อพฺยาปชฺโฌ, โส พรหมมา อนาคนฺตา อิตถตฺตํ.๕๒
“ดูกรหามบพิตร พรหมผู้มีความกระทบกระทั่ง[ทางใจ]จะมาสู่กามภูมินี้ ส่วน
พรหมผู้ไม่มีความกระทบกระทั่ง[ทางใจ]จะไม่มาสู่กามภูมินี้”
ในพระบาลีนั้น พระดำรัสว่า “มีความกระทบกระทั่ง[ทางใจ]” นี้ หมายถึงพรหมผู้
เป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี และปุถุชน เพราะปุถุชน พระโสดาบัน และพระสกทาคามี
ได้ชื่อว่า ผู้มีความกระทบกระทั่ง[ทางใจ] เพราะความกระทบกระทั่งที่เรียกว่า ทุกข์ทางใจ
ยังไม่ถูกกำจัดไป เนื่องจากยังละปฏิฆานุสัยไม่ได้
พระดำรัสว่า “มาสู่กามภูมินี้” หมายความว่า มาโดยปกติ คือมีสภาพมาสู่กามภูมิ
อีกด้วยการปฏิสนธิ
พึงทราบข้อความของประโยคหลัง [คือพระดำรัสว่า ชื่อว่า โสดาบันและสกทาคามี
เพราะการมานั้น] โดยนัยกลับกัน