Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อธิบายคาถาสรุป

๓๔. ในคาถาสรุป คำว่า จตุคุคปปเภทเน (ตามประเภทแห่งมรรค ๔) คือ
ตามประเภทแห่งมรรคมีองค์ ๘ ที่มี ๔ อย่างเพราะควรบรรลุ ๔ ครั้ง

ถามว่า : เหตุใดมรรคเหล่านั้นจึงควรบรรลุ ๔ ครั้ง

ตอบว่า : ลำดับแรก อินทรีย์มีศรัทธาเป็นต้นในโสดาปัตติมรรคยังอ่อนกำลัง
โสดาปัตติมรรคจึงกำจัดทิฏฐิและวิจิกิจฉา แต่ทำกามราคะและพยาบาทอื่นให้อ่อนกำลังไม่ได้
อินทรีย์เหล่านั้นในมรรคที่ ๒ แก่กล้าขึ้นกว่าเดิม สกทาคามิมรรคจึงทำกามราคะและ
พยาบาทให้อ่อนกำลังได้ แต่กำจัดโดยสิ้นเชิงไม่ได้ อินทรีย์เหล่านั้นในมรรคที่ ๓ แก่กล้า
มากขึ้น อนาคามิมรรคจึงกำจัดกามราคะและพยาบาทโดยสิ้นเชิง แต่ยังกำจัดรูปราคะ
อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชาโดยสิ้นเชิงไม่ได้ ส่วนอินทรีย์เหล่านั้นในมรรคที่ ๔
แก่กล้ามากที่สุด อรหัตตมรรคจึงกำจัดอกุศลธรรมเหล่านั้นและเหล่าอื่น[เมื่อหิริกะและ
อโนตตัปปะเป็นต้น]ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง มรรคเหล่านั้นเมื่อเป็นไป ๔ ครั้งอย่างนี้ จึงเป็น
ธรรมที่ควรบรรลุ ๔ ครั้ง เพราะทำให้สำเร็จหน้าที่[ทีละอย่างๆ]

พึงประกอบบทว่า โลกุตตรกุศลจิตมี ๔ ดวงตามประเภทแห่งมรรค ๔ โลกุตตร-
วิปากจิตมี ๔ ดวงเช่นเดียวกัน เพราะเป็นผลของกุศลจิต ๔ ดวงนั้น โลกุตตรจิตมี ๘ ดวง
อย่างนี้

อนุตตระ คือ จิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าตน

ถามว่า : เหตุใดกิริยาจิตจึงไม่ถือเอาในที่นี้

ตอบว่า : เพราะไม่มีโลกุตตรจิตอันเป็นกิริยา

ถามว่า : เหตุใดจึงไม่มีโลกุตตรจิตอันเป็นกิริยา

ตอบว่า : เพราะมรรคจิตมีขณะจิตหนึ่ง ความจริงหากมรรคจิตพึงเป็นไปในขณะ
ต่างๆ เหมือนกุศลจิตที่เป็นโลภิยะ เมื่อนั้นมรรคจิตพึงได้ชื่อว่ากิริยโลกุตตรจิต เพราะ
เป็นไปในกระแสจิตของพระอรหันต์ผู้ปราศจากอนุสัย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka