Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ข้อความนั้นไม่เสมอกับข้อความ[ในคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ]ว่า “จิตซึ่งมี ๘๙ ดวงเป็นจิต ๑๒๑ ดวงได้อย่างไร”

๓๘. บัดนี้ พระอนุรุทธาจารย์จะแสดงการจำแนกจิตเป็น ๑๒๑ ดวง จึงถามว่า
จิต ๘๙ ดวงนับเป็นจิต ๑๒๑ ดวงได้อย่างไร แล้วกล่าวว่า วิตกุกวิจารปีติสุขเอกกุคตาสหิต์
(โสตาปัตติมรรคจิตที่ประกอบกับปฐมฌาน เกิดร่วมกับวิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา)
เป็นต้น

ในประโยคนั้น พึงกระทำสมาสในคำว่า ปฐมฌานโสตาปัตตมุคคจิตต์ (โสตา-
ปัตติมรรคจิตที่ประกอบกับปฐมฌาน) นี้ว่า ปฐมฌานโสตาปัตติมรรค คือ โสตาปัตติมรรค
ที่ประกอบกับปฐมฌานอันมีองค์ ๕

ปฐมฌานโสตาปัตติมรรคจิต คือ จิตเกิดร่วมกับโสตาปัตติมรรคที่ประกอบกับ
ปฐมฌานอันมีองค์ ๕

(๖๖) ส่วนในคัมภีร์ฎีกาทั้งหลายได้ประกอบบทว่า “โสตาปัตติมรรคจิตที่เป็น
ปฐมฌาน” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะฌานมิใช่จิต และจิตก็มิใช่ฌาน เนื่องจากฌาน
เป็นอย่างหนึ่ง จิตเป็นอีกอย่างหนึ่ง

(๖๗) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวนีว่า “ชื่อว่า ปฐมฌาน เพราะเหมือนปฐมฌาน
ตามประเภทแห่งองค์ฌาน” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะโลุตตรฌานอันมีองค์ ๕ ไม่
อาจกล่าวว่าได้ชื่อปฐมฌาน เนื่องจากเหมือนกับปฐมฌาน[อันเป็นโลกิยะ] โดยแท้จริงแล้ว
โลกุตตรฌานได้ชื่อว่า ปฐมฌาน โดยตรง เพราะตนเองมีองค์ ๕ ความจริงฌานนี้จะเป็น
โลกิยะหรือโลกุตตรก็ตาม ฌานอันมีองค์ ๕ ย่อมได้ชื่อว่า ปฐมฌาน ฌานอันมีองค์ ๔...ฌาน
อันมีองค์ ๓...ฌานอันมีองค์ ๒...และฌานอันมีองค์ ๒ อีก ย่อมได้ชื่อว่า ปัญจมฌาน

อีกนัยหนึ่ง พระสุมังคลาจารย์กล่าวอย่างนี้[ว่าชื่อว่า ปฐมฌาน เพราะเหมือน
ปฐมฌานตามประเภทแห่งองค์ฌาน] เนื่องจากความเป็นทุติยฌานเป็นต้นในโลกุตตรจิต
ไม่สำเร็จตามลำดับแห่งการเกิดขึ้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka