ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ปฐมฌานแล้ว กระทำฌานให้เป็นบาท ยังมรรคให้เกิดได้ รวมทั้งสุกขวิปัสสกบุคคลผู้ยังมรรคให้เกิด มรรคของบุคคลเหล่านั้นประกอบด้วยปฐมฌาน
บุคคลผู้สั่งสมความชำนาญในสมาบัติ ๘ โดยปกติ ย่อมปรารถนาฌานใดๆ [ในมรรค] แม้ปราศจากฌานอันเป็นบาทใกล้ ฌานนั้นๆ ย่อมสำเร็จในมรรคของบุคคลนั้น
(๗๐) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “ถ้าอัธยาศัยเช่นนั้นของบุคคลไม่มีอยู่ มรรคที่ให้เกิดโดยออกจากฌานขั้นต่ำๆ แล้วพิจารณาฌานธรรมขั้นสูงๆ ก็เหมือนสัมมสิตฌาน ไม่เกี่ยวกับปาทกฌาน” ข้อความนั้นพึงใคร่ครวญ เพราะสัมมสิตฌานซึ่งเป็นเพียงให้อารมณ์แม้เป็นฌานขั้นสูงก็ไม่ควรจะมีอานุภาพกว่าฌานที่ออกในขณะใกล้[มรรค] เนื่องจากฌานที่ออกในขณะใกล้[มรรค]ย่อมทำกระแสจิตให้พิเศษได้ ดังนั้น ในคัมภีร์อรรถกถาทั้งหมดจึงแสดงมติที่กล่าวถึงสัมมสิตฌานไว้ในฝ่ายมติของบุคคลบางคน
ถามว่า : อัธยาศัยของบุคคลก็ตั้งไว้เหมือนอย่างนั้นมิใช่หรือ
ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่มตินั้นสมควรกว่า เพราะสอดคล้องกับนัยแห่งการเกิดโลกิยฌาน
(๗๑) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวนีว่า “มรรคที่ให้เกิดขึ้นโดยออกจากฌานขั้นสูงๆ แล้วพิจารณาฌานธรรมขั้นต่ำๆ ก็เหมือนปาทกฌาน ไม่เกี่ยวกับสัมมสิตฌาน เพราะฌานขั้นสูงๆ มีอานุภาพกว่าฌานขั้นต่ำๆ” ข้อความที่กล่าวแล้วข้างต้นได้ปฏิเสธความนั้น เพราะปาทกฌานไม่ใช่มีอานุภาพกว่าเนื่องจากเกิดขึ้นในฌานขั้นสูง แต่มีอานุภาพกว่าเพราะเป็นบาทเท่านั้น
(๗๒) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นอีกว่า “ส่วนการกำหนดเวทนาในมรรคทั้งหมด ย่อมมีด้วยการกำหนดวุฏฐานคามินีวิปัสสนา” โดยมุ่งหมายว่า “การกำหนดเวทนาย่อมไม่สำเร็จตามประเภทของปาทกฌานเป็นต้น หากไม่เป็นดังนี้วิปัสสนาก็จะประกอบด้วยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่งและเนื่องกับเวทนาในมรรคหนึ่งๆ ซึ่งถูกปาทกฌานกำหนดไว้” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะการกำหนดเวทนาและวิปัสสนาย่อมสำเร็จตามประเภทของปาทกฌาน