ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ทั้งปวงมีความเป็นอนาคตเป็นเบื้องหน้า ต่อเมื่อได้รับความพร้อมเพรียงแห่งปัจจัยจึงเกิด
ขึ้นเป็นปัจจุบันได้ เมื่อดับจากปัจจุบันแล้วก็กลายเป็นอดีต
คำว่า นิโรธะ คือ ความดับ หมายถึง ความพินาศแห่งสภาวะ ความสลาย
ความไม่เที่ยง ความตาย
คำว่า เอกุปปาทะ คือ มีการเกิดขณะเดียวกัน คำว่า เอกนิโรธะ คือ มีการดับ
ขณะเดียวกัน ตามนัยที่กล่าวไว้แล้ว[ในปริจเฉทแรก]ว่า
“การเกิดของจิตเป็นขณะเกิดของเจตสิกมีผัสสะเป็นต้น การแก่
ของจิต...การดับของจิต...อารมณ์ของจิต...ที่ตั้งของจิต เป็นที่ตั้งของ
เจตสิกมีผัสสะเป็นต้น”
คำว่า เอกุปปาทนิโรธะ คือ มีการเกิดและดับขณะเดียวกัน พึงสังเกตการลบ
เอก ศัพท์ในบทหลัง
[ตามความหมายควรกล่าวว่า เอกุปปาทเอกนิโรธา แต่ให้ลบ เอก ศัพท์หลังเพื่อรักษา
ฉันท์ให้ครบ ๘ พยางค์ การลบอักษรในลักษณะนี้เป็นนิรุตตินัยที่ทำตัวโดยไม่ใช้สูตรทางไวยากรณ์
เรียกว่า วัณณนาสะ (การลบอักษร)]
แม้คำหลัง [เอกาลมพณวตถุกฤา] ก็เช่นเดียวกัน
[ควรกล่าวว่า เอกาลมพณเอกวตถุกฤา แต่ได้ลบ เอก ศัพท์หลัง]
คำว่า เอกาลมพณะ คือ มีอารมณ์เดียวกัน
คำว่า เอกวัตถุกะ คือ มีที่ตั้งเดียวกัน
คำว่า เอกาลมพณวัตถุกะ คือ มีอารมณ์และที่ตั้งอย่างเดียวกัน[กับจิต]
แม้จิตดวงเดียวจะรับรู้อารมณ์จำนวนมากได้ แต่ข้าพเจ้ากล่าว[เป็นรูปเอกพจน์]
ว่า เอกํ อาลมพณํ (อารมณ์อย่างเดียวกัน) โดยแสดงความเป็นหนึ่งเดียว