Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ความหมายว่า “สภาวธรรม ๕๒ อย่างประกอบกับจิตโดยความเกิดและดับขณะเดียวกัน และโดย
ความมีอารมณ์และที่ตั้งอย่างเดียวกัน ชื่อว่าเจตสิก”

เมื่อกล่าวว่าสภาวธรรมอันประกอบกับจิต ชื่อว่าเจตสิก แม้รูปอันเกิดจากปัจจัยที่
เกิดร่วมกับจิต มีความสัมพันธ์กับจิตแน่นอนโดยเป็นไปเนืองกับจิต ก็พึงได้ชื่อว่าเจตสิก
ประกอบกับจิตด้วย ฉะนั้น พระอนุรุทธาจารย์จึงกล่าวว่า เอกุปปาทนิโรธา จ เอกาลมพณ-
วตฺถุกา (เกิดและดับขณะเดียวกันจิต มีอารมณ์และที่ตั้งอย่างเดียวกันกับจิต) เพื่อปฏิเสธรูป
[ซึ่งเกิดร่วมกับจิต]เหล่านี้

ความจริงรูปดังกล่าวแม้เกิดร่วมกับจิตโดยขณะหนึ่งแต่ก็ไม่ใช่ลักษณะที่ว่า การ
เกิดของจิตเป็นขณะเกิดของรูป เพราะมีกระแสแตกต่างกัน เนื่องจากกระแสของรูปธรรม
เป็นอย่างหนึ่ง กระแสของนามธรรมก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง [กระแสรูปกับกระแสนามต่างกัน
รูปดับช้ากว่านาม ๑๗ เท่า]

พระอนุรุทธาจารย์กล่าวว่า เอกนิโรธ (ดับขณะเดียวกันกับจิต) เป็นต้น เพื่อแสดงว่า
การเกิดของเจตสิกเช่นผัสสะไม่ใช่มีขณะเดียวกันจิตเท่านั้น แต่การดับ อารมณ์ และที่ตั้ง
ทั้งหมดก็เป็นอย่างเดียวกัน เพราะถ้าไม่กล่าวดังนี้บุคคลก็ไม่อาจรู้ข้อความนั้น

วัวตัวหนึ่งที่เป็นสมบัติของแต่ละคน ควรเรียกโดยเจาะจงว่า วัวของนายติสสะ
วัวของนายทัตตะ ฉันใด การเกิดและการดับแม้จะเป็นอย่างเดียวกันในหมู่รูปธรรมกับ
นามธรรม ก็ควรแยกกล่าวเป็นเรื่องๆ โดยนัยเช่นนี้ว่า “การเกิดของผัสสะ การเกิดของเวทนา
การเกิดของปฐวีธาตุ การเกิดของอาโปธาตุ” เป็นต้น ดังข้อความในพระสูตรหลายสูตรว่า

เวทนาย อุปปาโท ปญฺญายติ. วโย ปญฺญายติ. จิตฺตาย อญฺญตฺถ์ ปญฺญายติ. สญฺญาย
... สงฺขาตานํ ... วิญฺญาณสฺส ... ปญฺญายติ.๒

“การเกิดของเวทนาย่อมปรากฏ ความเสื่อมย่อมปรากฏ ความเปลี่ยนแปรย่อม
ปรากฏ การเกิดของสัญญาย่อมปรากฏ ความเสื่อมย่อมปรากฏ ความเปลี่ยนแปรย่อม
ปรากฏ การเกิดของสังขารย่อมปรากฏ ความเสื่อมย่อมปรากฏ ความเปลี่ยนแปรย่อมปรากฏ
การเกิดของวิญญาณย่อมปรากฏ ความเสื่อมย่อมปรากฏ ความเปลี่ยนแปรย่อมปรากฏ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka