Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

นอกจากนั้น มีพระพุทธวจนะว่า

ตถา โย ภิกฺขเว ปฐวีธาตุยา อุปปาโท ฐิติ อภินิพพตฺติ ปาตุภาโว. ทุกฺขสุเสโส อุปปาโท โรคานํ ฐิติ ชรามรณสฺส ปาตุภาโว. โย ภิกฺขเว อาโปธาตุยา...โย ภิกฺขเว เตโชธาตุยา...โย ภิกฺขเว วาโยธาตุยา...โย ภิกฺขเว จกฺขุสฺส...มนสฺส อุปปาโท...ชรามรณสฺส ปาตุภาโว.”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย การเกิดของปฐวีธาตุ การดำรงอยู่ การอุบัติ การปรากฏนั้น เป็นการเกิดแห่งทุกข์ การตั้งอยู่แห่งโรค การปรากฏแห่งความแก่และความตาย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การเกิดของอาโปธาตุ...การเกิดของเตโชธาตุ...การเกิดของวาโยธาตุ...การเกิดของจักขุประสาท...การเกิดของจิต...เป็นการปรากฏแห่งความแก่และความตาย”

ถ้าเป็นอย่างอื่น [โดยถือว่าการเกิดดับของรูปธรรมและนามธรรมในรูปกลาปหนึ่งๆ มีจำนวนมากไม่เป็นอย่างเดียวกัน]พระอนุรุทธาจารย์ก็ควรกล่าวว่าชีวิตินทรีย์เจตสิกเป็นต้น ในแต่ละรูปกลาปมีจำนวนมาก ดังปรากฏพระพุทธวจนะว่า

โย อรูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ อวภุสิติ.๔

“ธรรมใดเป็นอายุ การดำรงอยู่ การตั้งอยู่ของนามธรรมทั้งหลาย...”

เช่นเดียวกันนี้ ท่านควรกล่าวว่าวิการรูป [วิญญัตติรูป ๒ ลหุตารูปเป็นต้น ๓] หรืออุปปาทะรูปทั้งหมดมีจักขุประสาทเป็นต้นในรูปกลาปหนึ่งๆ มีมาก [คืออุปปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปเกิด จึงควรมีอย่างละสี่ ตามจำนวนของมหาภูตรูป] ดังปรากฏพระพุทธวจนะว่า

จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปปาทายรูปํ.๕

“รูปที่เกิดอาศัยมหาภูตรูป ๔”

จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปปาทาย ปสาโท.๖

“ปสาทรูปที่เกิดอาศัยมหาภูตรูป ๔”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka