ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
เพียงบางส่วน แต่เวทนาย่อมรู้สึกโดยความเป็นใหญ่ เพราะไม่มีหน้าที่อื่น และมีความเป็นใหญ่ในหน้าที่รู้สึก เวทนาจึงควรได้ชื่อว่า เวทนา เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พระอรรถกถาจารย์ จึงกล่าวว่าจิตและเจตสิกเหมือนพ่อครัวผู้ชิมรสอาหารอันเลิศของพระราชา และกล่าวว่า เวทนาเหมือนพระราชา[ผู้เสวย]๑
สัญญา (ความหมายรู้) คือ สภาวะหมายรู้[อารมณ์] หมายถึง กระทำความหมายรู้ เพื่อให้รู้อีก[ในโอกาสต่อไป] โดยแท้จริงแล้ว สภาวะธรรมนี้เป็นการกระทำความหมายรู้ เพื่อให้รู้อีกในเวลาที่จำได้ตามที่ได้รับรู้มาก่อน อธิบายได้ว่า สัญญาเมื่อเกิดขึ้นมีการย้ำ ความหมายรู้บ่อยๆ อย่างนี้ ย่อมถึงความเป็นสัญญาที่ฝังติดแน่นไปตลอดชีพบ้าง ติดตาม ไปถึงภพอื่นบ้าง ย่อมให้ผลเป็นความไม่หลงลืมแก่เหล่าสัตว์ เมื่อบรรลุถึงความเป็น สัญญาที่ยึดมั่นผิด ย่อมมีผลให้เหล่าสัตว์นี้กลายเป็นผู้ที่แม้พระสัพพัญญูก็ไม่อาจโปรดให้รู้ แจ้งได้ โดยแท้จริงแล้ว สัญญานั้นกล่าวเปรียบได้ว่า
สญฺชานนฺตํ นิมิตฺตกรณเณ ทารุตฺจุณกสทิสาติ จ. ยถาคหิตนิมิตฺตวเสน อภินิเวส- กรเณ หตฺถิทสสกอนุธรสทิสาติ จ. อุปปุติวิสยคคหเณ ติณปุริสเกสุ มิคโปตกสทิสาติ จ วุตฺตตาติ.๒
“เหมือนช่างไม้ในการกระทำเครื่องหมายเพื่อให้หมายรู้อีกได้”
“เหมือนคนตาบอดแสดงช้างในขณะกระทำความเชื่อมั่นโดยความเป็นอารมณ์ดังที่ รับเอาแล้ว”
“เหมือนลูกเนื้อกับหุ่นไล่กา ในขณะรับเอาอารมณ์ที่ปรากฏ”
[ช่างไม้ย่อมทำเครื่องหมายไว้บนท่อนไม้ที่ตัดแล้ว เพื่อให้สามารถเลือกไปใช้งานตามที่ กำหนดหมาย คนตาบอดแสดงช้าง หมายถึง คนตาบอดที่จับหางช้างแล้วบอกว่าช้างเหมือนไม้กวาด ส่วนคนที่จับขาช้างก็บอกว่าช้างเหมือนเสา เป็นต้น ตามที่ตนเองรับรู้ ลูกเนื้อที่เห็นหุ่นไล่กาซึ่งมีรูปร่าง เหมือนคน ย่อมคิดว่าเป็นคนด้วยอำนาจของสัญญา]