Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

คำว่า เจตนา มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สภาวะสืบต่อ = เจเตติ อภิสนุหตีติ เจตนา (จิต ธาตุมีอรรถว่า สืบต่อ)
- สภาวะปรุงแต่งสัมปยุตธรรม = เจเตติ ปกปุเปตีติ เจตนา (จิต ธาตุมีอรรถว่า
ปรุงแต่ง)
- สภาวะรวมสัมปยุตธรรม = เจเตติ อายุหตีติ เจตนา (จิต ธาตุมีอรรถว่า รวม)]

(๗๗) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “เจตนา คือ สภาวะขวนขวาย กล่าวคือ เข้าถึง
การขวนขวายในการปรุงแต่งสังขตธรรม” แล้วกล่าวยืนยันข้อความนั้นว่า “ในคัมภีร์วิภังค์
สุตตันตภาชนีย์ พระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงจำแนกสังขารขันธ์ ได้ตรัสว่า ‘สังขาร คือ สภาวะ
ปรุงแต่งสังขตธรรม’” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะพระพุทธดำรัสว่า สงฺขตภิสงฺขโรนฺตีติ
สงฺขารา*(สังขาร คือ สภาวะปรุงแต่งสังขตธรรม) ‘สังขาร คือ สภาวะปรุงแต่งสังขต-
ธรรม’ ไม่ปรากฏในคัมภีร์วิภังค์ สุตตันตภาชนีย์ แต่ตรัสไว้ในคัมภีร์ขันธสังยุต
เอกัคคะ หมายถึง จิตที่มีส่วนเป็นหนึ่งคืออารมณ์เดียว
อีกนัยหนึ่ง เอกัคคะ หมายถึง จิตที่มีที่สุดคืออารมณ์เดียว ได้แก่ จิต

[ตามนัยแรก ในคำว่า เอกคุค (เอก + อคุค) อคุค ศัพท์มีอรรถว่า โภฏาส (ส่วน)
นัยหลังมีอรรถว่า โภฏิ (ที่สุด)]

เอกัคคตา (ความมีอารมณ์เดียว) คือ ภาวะแห่งจิตที่มีอารมณ์เดียว ตามปกติ
อารมณ์ชนิดเดียวกันก็มีสภาพต่างกัน อาการตั้งมั่นแห่งจิตที่ไม่ซัดส่ายไปตามภาวะต่างๆ
ของอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง และยังคงเป็นไปอย่างตั้งมั่นในภาวะหนึ่งแม้เพียงชั่วขณะนี้ จึง
ถือว่าเป็นอารมณ์เดียว และเป็นเหตุที่มาของชื่อว่า เอกัคคะ (จิตที่มีอารมณ์เดียว ดังสารภ
[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า

นิวาเต ทีปจจินฺ จิติ วิย เจตโล ฐิติติ ทฏฐพฺพทฺวา.*

“โปรดทราบว่าเอกัคคตา คือการดำรงอยู่แห่งจิตเหมือนการดำรงอยู่แห่งเปลวไฟ
ของดวงประทีปในที่สงัดลม”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka