ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
(๗๘) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “เอกคัคะ คือ จิตที่มีอารมณ์เดียว” คำว่า อคุค ตามมตินั้นสมควรเป็นไปในอรรถว่า “ส่วน” หรือ “ที่สุด” แต่ในบางที่อ้างว่า คำว่า อคุค เป็นไปในอรรถว่า “อารมณ์” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะ อคุค ศัพท์ที่เป็นคำไวพจน์ของ อารมณ์ ไม่ปรากฏในคัมภีร์ใด
[คัมภีร์มถิสารมัญชูสา เล่ม ๑ หน้า ๒๐๙ กล่าวว่า อคุค ศัพท์ในที่นี้ใช้ในความหมายว่า “อารมณ์” คัมภีร์ปรมัตถทีปนีได้ปฏิเสธความเห็นของคัมภีร์ดังกล่าว]
ชีวิตะ คือ สภาวะทำให้สัมปยุตตธรรมเป็นไปได้
คำว่า อินท มีความหมายว่า “ผู้เป็นใหญ่” ส่วนความเป็นใหญ่ชื่อว่า อินทะ และ ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ (สภาพสืบต่อชีวิต) เพราะทำให้สัมปยุตตธรรมเป็นไปได้และมีความเป็น ใหญ่ โดยแท้จริงแล้ว ชีวิตินทรีย์ปกครองสหชาตธรรมให้คงอยู่และเป็นไป เหมือนคำกล่าวว่า “หากปราศจากเราแล้ว พวกเธอจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ พวกเธอจงให้เราเป็นใหญ่ในการดำรง รักษาชีพของเธอทั้งหลาย” ดังสาธก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า
ตํ ปวตฺตสนฺตตาธิปเตยยนุติ จ ปทุมุปปลานุปลากมฺกํ วิยาติ จ.๑๗
“ชีวิตินทรีย์มีความเป็นใหญ่ในกระแสจิตที่เป็นไปต่อเนื่อง”
“ประดุจน้ำหล่อเลี้ยงดอกปทุมและดอกอุบล”
ในพากย์นั้น พึงกระทำรูปวิเคราะห์สมาสว่า “คำว่า ปวัตตสันตติ (กระแสจิตที่ เป็นไปต่อเนื่อง) คือ กระแสจิตที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงขันธปรินิพพาน
คำว่า อธิปเตยยะ (ความเป็นใหญ่) คือ ภาวะแห่งสภาพอันยิ่งใหญ่
คำว่า ปวัตตสันตตาธิปเตยยะ คือ มีความเป็นใหญ่ในกระแสจิตที่เป็นไปต่อเนื่อง ความจริงกระแสจิตที่แม้จะดับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังคงชีพอยู่อีกได้ด้วยอานุภาพของชีวิติน- ทรีย์นั้น และย่อมเกิดขึ้นเป็นไปเรื่อยมาจนกระทั่งถึงขันธปรินิพพาน (การดับขันธ์) เพราะ กระแสจิตที่เป็นไปต่อเนื่องพิเศษเช่นนั้นย่อมไม่มีในสภาวะปราศจากใจครองซึ่งไม่มีชีวิตินทรีย์