ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อารมณ์แล้วดับไปก็เกิดขึ้นใหม่ในอารมณ์เก่าได้อีกเมื่อไม่มีเหตุพิเศษ [คือเมื่อไม่มีอารมณ์อื่นที่ชัดเจนกว่ามาปรากฏ ก็ทำให้เกิดกระแสจิตในอารมณ์เก่าได้]
อารมณ์ปฏิปาทคมนสิการถูกระบุขึ้นในที่นี้ เพราะมนสิการเจตสิกนี้ประกอบอารมณ์ไว้ในจิต หรือประกอบจิตไว้ในอารมณ์ ดัง[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า
อยํ สารณลกฺขณติ จ สมุปยตฺตานํ อารมฺมเณน สมุปโยชนฺสโลติ จ อารมฺมณ-
ปฏิปาทกภูเตน สมุปยตฺตานํ สารถี วิย ทฏฐพฺโพ.๑๘
“มนสิการเจตสิกนี้มีลักษณะยังสัมปยุตตธรรมให้เป็นไป”
“มีหน้าที่ยังสัมปยุตตธรรมให้ประกอบในอารมณ์”
“เหมือนนายสารถีเพราะยังสัมปยุตตธรรมให้ประกอบในอารมณ์”
ในพากย์นั้น คำว่า “มีลักษณะยังสัมปยุตตธรรมให้เป็นไป” หมายความว่า มีลักษณะการขับให้สัมปยุตตธรรมมุ่งตรงไปในทางของอารมณ์นั้น เหมือนนายสารถีถึงบังคับม้าให้แล่นไป
คำว่า สาธารณะ คือ สภาวธรรมอันทรงไว้เสมอกัน [โดยทั่วไป]
คำว่า สัพพจิตตสาธารณะ คือ สภาวธรรมอันมีทั่วไปแก่จิตทั้งหมด
๓. วิตก (ความตรึก) คือ สภาวะตรึก[อารมณ์] หมายความว่า ตรึกโดยอาการนั้นๆ แล้วเข้าสู่อารมณ์
เมื่อวิตกเข้าสู่อารมณ์เช่นนั้นอยู่ แม้สัมปยุตตธรรมก็เข้าสู่อารมณ์ด้วย เมื่อนั้นวิตกย่อมยังสัมปยุตตธรรมให้เข้าสู่อารมณ์ ดังพระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า
อารมฺมณาภินิโรปนลกฺขโณ วิตกฺโก.๑๙
“วิตก มีลักษณะยกสัมปยุตตธรรมเข้าสู่อารมณ์”
ดังสารถีเปรียบการที่สามัญชนอาศัยราชวัลลภนำพาเข้าไปสู่พระราชนิเวศน์ โดยหมายความว่า แม้ในจิตไม่มีวิตกประกอบร่วม [ปัญจวิญญาณจิตและทุติยฌานจิตเป็นต้น]