ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อีกนัยหนึ่ง วิจาร คือ สภาวะทำให้สัมปยุตธรรมตรอง
อีกนัยหนึ่ง วิจาร คือ สภาวะเป็นเหตุให้สัมปยุตธรรมตรอง
[คำว่า วิจาร มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สภาวะตรอง = วิจรตีติ วิจาโร (ลง ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- สภาวะทำให้สัมปยุตธรรมตรอง = วิจาเรติ สมปยุตฺตธมฺมเมติ วิจาโร (ลง ณ ปัจจัยในเหตุกัตตุสาธนะ)
- สภาวะเป็นเหตุให้สัมปยุตธรรมตรอง = เต ธมฺมา วิจรนฺติ เอเตนาติ วิจาโร (ลง ณ ปัจจัยในกรณสาธนะ)
ความตรอง ในที่นี้คือ สภาวะที่เป็นไปในอารมณ์ด้วยอำนาจการประคองเคล้าอารมณ์ในขณะที่วิตกนำจิตเข้าสู่อารมณ์แล้ว]
ในบรรดาวิตกและวิจารเหล่านี้ วิตกมีสภาพหยาบ เกิดขึ้นก่อน และเป็นสภาวะขณะที่จิตได้เข้าสู่อารมณ์ก่อน วิตกจึงเหมือนเสียงตีระฆัง ส่วนวิจารมีสภาวะละเอียด เกิดตามหลัง และเป็นสภาวะที่จิตติดตามอารมณ์ วิจารจึงเหมือนเสียงครวญของระฆังที่เนื่องมา
อธิโมกข์ (ความตัดสินใจ) คือ ความปักใจ กล่าวคือ ภาวะที่จิตครอบงำตัดความสงสัยในอารมณ์ที่เป็นไป ว่าเป็นเช่นนี้หรือไม่เป็นเช่นนี้ แล้วดำเนินล่วงพ้นจากที่นั้น [ลังเลสงสัย] ดังสาธุก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า
โส อารมฺมเณ สนฺนิฏฐานลกฺขโณติ จ อารมฺมเณ นิจจลภาเวน อินฺทขีลสทิโส จ.๒๒
“อธิโมกข์มีลักษณะตัดสินอารมณ์”
“เหมือนเสาเขื่อนเพราะมั่นคงในอารมณ์”
วิริยะ (ความเพียร) คือ ความอาจหาญในการงาน หรือกิริยาของผู้อาจหาญในการงาน ความจริงบุคคลที่กอปรด้วยวิริยะเป็นผู้อาจหาญในการงาน ย่อมสำคัญเห็นการงานที่แม้จะใหญ่ก็ว่าเล็ก แม้จะยากก็ว่าง่าย แม้จะหนักก็ว่าเบา ไม่คำนึงถึงความลำบากของตน ประคับประคองกายกับจิตอยู่เสมอเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ วิริยะจึงทำให้บุคคลเป็นไปอย่างนั้น และเป็นกิริยาทางกายกับจิตของบุคคลที่มีลักษณะเช่นนั้น