ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[การกล่าวสิ่งที่ไม่มีจริงให้เหมือนมีจริง เรียกว่า ตัทธัมมุปจาระ ดังคำว่า กจุปโลม
= หนวดเต่า สสวิสาณ = เขากระต่าย เป็นต้น โปรดดู ปรัมัตถทีปนี ปริจเฉทที่ ๑ ข้อ ๒]
ตามธรรมดาเมื่อฉันทะมีกำลังมาก ย่อมมีกำลังมากกว่าตัณหา ความจริงฉันทะ
เป็นอธิบดี (ธรรมที่เป็นใหญ่) และอิทธิบาท (ที่ตั้งแห่งความสำเร็จ) แต่หากในยามฉันทะมี
กำลังเสมอกับตัณหา เหล่าสัตว์ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของตัณหา และถูกตัณหาครอบงำแล้ว
จักไม่อาจสละทรัพย์สมบัติ ความสุขในราชสมบัติ หรือสมบัติในเทวโลกและพรหมโลก เพื่อ
ออกจากทุกข์ในวัฏฏะได้
คำว่า ปกิณณะ คือ เจตสิกที่มีอยู่กระจัดกระจายในโสภณจิตและอโสภณจิต
ปกิณกะ คือ เจตสิกที่มีอยู่กระจัดกระจายนั้นนั่นแหละ [โดยลง ก ปัจจัยในอรรถ
สกัดถ์ ที่ไม่มีความหมายใดๆ]
คือ เจตสิกที่เป็นพวกเดียวกับจิตอื่น
อีกนัยหนึ่ง อัญญสมานะ คือ เจตสิกที่เป็นพวกเดียวแก่จิตอื่น
[คำว่า อญญสมาน มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- เจตสิกที่เป็นพวกเดียวกันกับจิตอื่น = อญฺเญหิ สมานา อญฺญสมานา (ตติยาตัปปุริสสมาส)
- เจตสิกที่เป็นพวกเดียวแก่จิตอื่น = อญฺเญสํ สมานา อญฺญสมานา (จตุตถีตัปปุริสสมาส)]
ความหมายก็คือ เจตสิกเหล่านี้ประกอบกับโสภณจิตในกาลใด ย่อมเป็นพวกเดียว
กับโสภณจิตอื่นยกเว้นอโสภณจิตในกาลนั้น แต่ในกาลใดประกอบกับอโสภณจิต ในกาลนั้น
ก็เป็นพวกเดียวกับโสภณจิตอื่นนอกจากนั้น
จบการแสดงข้อความปรมัตถ์ในอัญญสมานราสี