ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ในชนผู้มีปัญญาและถึงพร้อมด้วยการสดับศึกษา ย่อมยังให้สำเร็จผลเป็นผู้ฉลาดและสามารถในการทำบาปด้วยการคิดค้นอุบายนั้นในการกระทำบาป
อหิริ คือ สภาวะไม่ละอาย กล่าวคือ ไม่รังเกียจต่อกายทุจริตเป็นต้น
อีกนัยหนึ่ง อหิริ คือ สภาวะที่เป็นปฏิปักษ์ต่อหิริ
อหิริกะ (ความไม่ละอายต่อบาป) คือ สภาวะไม่ละอายนั้นั่นแหละ [โดยลง ก ปัจจัยในอรรถสกัตถ์ไม่มีความหมายใดๆ]
ความจริงอหิริกะเมื่อเผชิญหน้ากับการกระทำบาป ย่อมไม่ให้โอกาสแก่หิริ แต่ทำให้เกิดความพอใจในการกระทำบาป สมจริงดังสาธกว่า
กายทุจริตาทีหิ อซิคุจฉนกขณนฺติ จ อลชฺชาลภุขณนฺติ จ.๒๙
“อหิริกะมีลักษณะไม่รังเกียจ”
“มีลักษณะไม่ละอายต่อกายทุจริตเป็นต้น”
อโนตตัปปะ (ความไม่เกรงกลัวต่อผลของบาป) คือ สภาวะไม่เกรงกลัว หมายถึง ไม่เกรงกลัวต่อ[ผลของ]กายทุจริตเป็นต้น
อีกนัยหนึ่ง อโนตตัปปะ คือ สภาวะที่เป็นปฏิปักษ์ต่อโอตตัปปะ
ความจริงอโนตตัปปะเมื่อมีการกระทำบาปเผชิญอยู่ตรงหน้า ย่อมไม่ให้โอกาสแก่โอตตัปปะ และยังความเป็นไปโดยกระทำจิตให้ไม่เกรงกลัวต่อการกระทำบาป ดังสาธกที่กล่าวว่า
กายทุจริตาทีหิ อสารชชลกขณนฺติ จ อนุตฺตาสลภขณนฺติ จ.๓๐
“มีลักษณะไม่เกรงกลัวกายทุจริตเป็นต้น”
“มีลักษณะไม่สะดุ้งกลัว”
อนึ่ง ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]ย่อมควรกล่าวว่า
อหิริกะย่อมไม่ละอายต่อบาปเสมอ เหมือนสุกรไม่ละอายต่อคูถ ส่วนอโนตตัปปะย่อมไม่เกรงกลัว เหมือนหิ่งห้อยไม่กลัวไฟ