ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ตนว่าเป็นบัณฑิต มีมิจฉาทวิตมาก ย่อมมีกำลังแรง มีลักษณะคล้ายปฏิเวรญาณ (ญาณหยั่งรู้)
ในฝ่ายที่ไม่เป็นจริง
มิจฉาภินิเวสลกฺขณา ปรม่ วชุชํ.๓๒
“ทิฏฐิมีลักษณะใส่ใจผิด พึงทราบว่ามีโทษมาก”
มานะ คือ สภาวะทะนงตน หมายความว่า เชิดชูตนอย่างมั่นคงด้วยเห็นว่า “เรา
เป็นหนึ่งในโลก ไม่ควรมาดูหมิ่นเหมือนท่อนไม้แห้ง”
มานะได้รับการอุปถัมภ์โดยชาติ สกุล ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ ความเป็นใหญ่
เป็นต้น และคุณธรรมคือศีล การสดับ ลากสักการะเป็นต้น ย่อมเจริญยิ่งจนสำคัญตนใน
ท่ามกลางมหาชนว่าสูงส่งเหมือนธงชัย ดังสาธก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า
อุนนตลิกขโณติ จ อุุมมาโท วิยาติ จ.๓๓
“มีลักษณะลำพอง”
“เป็นธรรมชาติเหมือนความบ้า”
โทสะ (ความโกรธ) คือ สภาวะประทุษร้าย
โทสะเหมือนงูพิษที่ถูกทุบตี เพราะมีสภาวะดุร้าย เหมือนอสุนีบาตเพราะเป็น
สภาวะแผ่ไป[ทั่วร่างกาย] เหมือนไฟป่าเพราะเป็นสภาวะเผาที่ตั้งของตน เหมือนศัตรูก็ได้
โอกาสเพราะเป็นสภาวะประทุษร้าย เหมือนน้ำมูตรเน่าผสมยาพิษ เพราะเป็นกองโทษโดย
สิ้นเชิง
อิสสา (ความริษยา) คือ สภาวะริษยา หมายความว่า ริษยาสมบัติของผู้อื่น อิสสา
ทนอยู่ไม่ได้เมื่อได้เห็นหรือได้ยินสมบัติผู้อื่นได้รับเสมอ ต้องการให้สมบัตินั้นวิบัติไป แม้
สดับว่ามีผู้ได้รับสมบัตินี้ก็ทนไม่ได้ ต้องการให้ผู้นั้นพลาดโอกาสได้รับ ดังสาธก[ในคัมภีร์
อรรถกถา]ว่า
ปสฆปตฺตีนํ อุสสูลยกฺขณา.๓๔
“มีลักษณะริษยาสมบัติของผู้อื่น”