Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

มัจฉระ คือ สภาวะไม่ยอมให้สมบัติของตนแก่ผู้อื่นโดยดำริว่า “คุณธรรมหรือ
วัตถุนี้จงมีแก่เราผู้เดียว อย่าได้มีแก่ผู้อื่น” หมายถึง จิตที่เป็นไปอย่างนั้น

มัจฉริยะ (ความตระหนี่) คือ ภาวะแห่งจิตตระหนี่

มัจฉริยะมี ๒ ประเภทเหมือนอิสสา โดยจำแนกตามสมบัติที่ตนได้รับแล้วและ
สมบัติที่พึงจะได้

ในบรรดามัจฉริยะเหล่านั้น ประเภทแรก บุคคลได้เห็น ได้ยิน หรือคิดถึงสมบัติ
ซึ่งเกี่ยวกับคนอื่น หรือจะกลายจากสมบัติของตนไปเป็นของคนอื่นด้วยเหตุใดก็ตาม ย่อม
เกิดความทุกข์ใจ แม้สมบัติที่ตนจะพึงได้รับ เมื่อสดับหรือคิดว่าสมัตบี้จักมีอีกในสถานที่
หรือในกาลอื่น บุคคลนั้นย่อมต้องการจะได้ไว้คนเดียว ไม่ต้องการให้คนอื่นได้รับด้วย เมื่อ
ได้ยินหรือคิดว่าคนอื่นจักได้รับ ก็เกิดความทุกข์ใจ ดังสาธก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า

ลทฺธานํ วา ลภิตพฺพานํ วา อตฺตโน สมปฺปตีนํ นิคคุหนลกฺขณํ.๓๔

“มีลักษณะซ่อนเร้นสมบัติของตนที่ได้รับแล้วหรือสมบัติที่พึงได้รับ”

ในการได้รับสมบัติที่ตนจะพึงได้รับนี้ ความคับแค้นใจเพราะสดับหรือคิดถึง
บุคคลที่ตนไม่อยากให้ได้รับ กำลังได้รับอยู่ หรือจักได้รับ เป็นอิสสา ส่วนความคับแค้นใจ
เพราะคิดถึงสมบัติที่ตนต้องการแต่กลับไม่ได้ เป็นมัจฉริยะ ดังจะเห็นได้ว่าอิสสาและ
มัจฉริยะทั้งสองไม่เกิดพร้อมกัน

ในคำว่า กุกกุจจ์ (ความร้อนใจ) นี้ คำว่า กตะ คือ การกระทำ
คำว่า กุกตะ คือ การกระทำที่น่ารังเกียจ หมายถึง อาการที่น่ารังเกียจ กล่าวคือ
ความเป็นไปแห่งจิตพิเศษอันบัณฑิตพึงตำหนิ

โดยองค์ธรรม กุกกุจจะได้แก่จิตตุปบาทที่ประกอบด้วยกุกกุจจเจตสิกอันเป็นไป
ด้วยความเสียใจเสมอว่า “เรายังมิได้กระทำกรรมดีหนอ เราได้กระทำกรรมชั่วหนอ”
หมายความว่า กุกกุจจะแม้เป็นไปอย่างนั้นก็ไม่อาจกระทำกรรมดีที่ยังมิได้ทำ ให้เป็นสิ่งที่
ตนทำแล้ว หรือไม่อาจเปลี่ยนกรรมชั่วที่ได้ทำมาแล้ว ให้เป็นสิ่งที่ยังมิได้ทำอีก แต่ย่อม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka