Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

เป็นไปให้เกิดความท้อถอยในกุศลธรรม จึงเรียกว่า กุกตะ เพราะเป็นเพียงอาการที่น่า
รังเกียจ ดังสาธกในคัมภีร์อรรถกถาว่า

กตากตสฺส สาวชชานวชชสฺส อภิมุขคมนํ ปฏิสาโร นาม. ยสฺมา ปเนโส กตํ วา
ปาปํ อกตํ น กโรติ. อกตํ วา กัลยาณํ กตํ น กโรติ. ตสฺมา วิรูโป กุจฉิโต วา ปฏิสาโรติ
วิปปฎิสาโร.๓๖

“ปฏิสาโร คือ การระลึกถึงโทษที่กระทำแล้วหรือคุณที่ยังมิได้กระทำ
วิปปฏิสาโร คือ การระลึกที่ไม่ดี
อีกนัยหนึ่ง วิปปฏิสาโร คือ การระลึกที่น่ารังเกียจ เพราะวิปปฏิสาร กระทำความชั่ว
ที่ทำไว้แล้วให้ยังไม่เกิดมิได้ หรือกระทำความดีที่ยิ่งมิได้ ทำไว้ให้เป็นการกระทำแล้วไม่ได้”

คำว่า วิปปฏิสาร ในที่นี้ ก็คือกุกกุจจะนั่นแหละ

[คำว่า วิปปฏิสาร มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- การระลึกที่ไม่ดี = วิรูโป ปฏิสาโร วิปปฏิสาโร (วิ อุปสรรคมีอรรถว่า ไม่ดีงาม)
- การระลึกที่น่ารังเกียจ = กุจฉิโต ปฏิสาโร วิปปฏิสาโร (วิ อุปสรรคมีอรรถว่า
น่ารังเกียจ)]

เมื่อกุกกุจจะเป็นสภาพน่ารังเกียจ จิตตุปบาทที่ประกอบกับกุกกุจจะก็น่ารังเกียจ
ด้วยเช่นกัน และกุกกุจจะชื่อว่าน่ารังเกียจด้วยเหตุใด จิตตุปบาทก็ชื่อว่าน่ารังเกียจด้วย
เหตุนั้น จึงควรถือเอาจิตตุปบาทในบทว่า กุกตะข้อความนี้กล่าวไว้โดยตรงในอรรถกถาของ
สุทินนกัณฑ์ สมจริงดังสาธกว่า

วิญญูหิ อกตตพฺพตาย กุจฉิตกิริยาวาโต กุกกุจจํ.๓๗

“ชื่อว่า กุกกุจจะ เพราะความเป็นกิริยาอันน่ารังเกียจ เนื่องจากเป็นกิริยาอันผู้รู้
ไม่พึงกระทำ”

(๗๙) ในคัมภีร์วิภาวนีมิได้กำหนดข้อความนี้แล้วกล่าวว่า “คำว่า กุกตะ คือ สิ่ง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka