ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
กุกกุจจุปปกตตาย อาปตฺตี อาปชฺชติ.๔
“ต้องอาบัติเพราะมีความสงสัย”
[กุกกุจจะมี ๓ ประเภท คือ
(ก) เจตสิกกุกกุจจะ คือ กุกกุจจะเจตสิก
(ข) อสํยตกุกกุจจะ คือ การไม่สำรวมมือเท้า โดยองค์ธรรม ได้แก่ อกุศลจิตตุบาทที่
มีโมหะเป็นประธาน
(ค) วินยกุกกุจจะ คือ ความสงสัยในพระวินัย โดยองค์ธรรม ได้แก่ กุศลจิตตุบาท
ที่เกิดแก่ปุถุชนและพระเสกขบุคคลหรือกิริยจิตตุบาทที่เกิดแก่พระอรหันต์]
ถีนะ (ความหดหู่) คือ สภาวะครอบงำจิตกระทำให้อ่อนแรง ดังพระพุทธวจนะ
ในพระบาลีว่า
ถิยุยนา ถิยิตตฺตํ.๔
“ความหดหู่ ความเป็นจิตที่หดหู่”
มิธะ (ความเซื่องซึม) คือ สภาวะเบียดเบียนเจตสิกธรรม ทำให้ไม่เหมาะในกิริยา
เมื่อสัมปยุตตธรรมค้ำจุนอิริยาบถนั้นๆ เป็นไปอยู่โดยการแผ่ไปในอารมณ์ ถีนะย่อมครอบงำ
จิต มิธะครอบงำเจตสิก ทำให้หดหู่จากอารมณ์ คือทำให้ไม่อาจค้ำจุนอิริยาบถได้
ในคำว่า วิจิกิจฉา นี้ คำว่า จิกิจฉา คือ การรักษา หมายความว่า การรักษา
ด้วยปัญญา
วิจิกิจฉา (ความสงสัย) คือ สภาวะรักษา[ด้วยปัญญา]ไม่ได้ เพราะยากแก่การรักษา
อีกนัยหนึ่ง วิจิกิจฉา คือ สภาวะทำให้ผู้ใคร่ครวญสภาพธรรมลำบากใจ
อีกนัยหนึ่ง วิจิกิจฉา คือ สภาวะสงสัย กล่าวคือ เป็นไปด้วยความสงสัย
[คำว่า วิจิกิจฉา มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สภาวะรักษาด้วยปัญญาไม่ได้ = วิกตา จิกิจฉา เอตายาติ วิจิกิจฉา (วิ ศัพท์ + จิกิจฉา
ศัพท์ เป็นปัญจมีตัปปุริสสมาส)