ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๖. ศรัทธา (ความเชื่อ) คือ สภาวะทรงอารมณ์ไว้ดี หมายความว่า นิ่งใสสะอาด ย่อมทรงรูปนิมิตคือดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เป็นต้นได้ ฉันใด ศรัทธานี้ย่อมทรงไว้หรือ ดำรงอารมณ์มีคุณของพระพุทธเจ้าเป็นต้นในตนด้วยดี ฉะนั้น
อีกนัยหนึ่ง ศรัทธา คือ สภาวะทำให้สัมปยุตธรรมทรงอารมณ์ไว้ดี
อีกนัยหนึ่ง ศรัทธา คือ การทรงไว้ดี
[คำว่า สทฺธา มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สภาวะทรงอารมณ์ไว้ดี = สทฺทหตีติ สทฺธา (ลง อ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- สภาวะทำให้สัมปยุตธรรมทรงอารมณ์ไว้ดี = สทฺทหนฺติ เอตายาติ สทฺธา (ลง อ ปัจจัยในกรณสาธนะ)
- การทรงไว้ดี = สทฺทหนํ สทฺธา (ลง อ ปัจจัยในภาวสาธนะ)]
ในเรื่องนี้ ศรัทธาหมายเอาความเชื่อมั่นเลื่อมใสอันเป็นไปด้วยความไม่ขุ่นมัวใน สิ่งที่ควรเชื่อมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นเท่านั้น ส่วนความดำริอื่นนอกจากนั้นที่เป็นไปด้วยความ เชื่อมั่นเลื่อมใสในสิ่งที่ไม่ควรเชื่อคือเดียรัทถีหรือธรรมของเดียรัทถีเช่นนี้ ชื่อว่า ศรัทธาปฏิรูป ซึ่งโดยองค์ธรรมคือมิจฉาทิฏฐิโมกข์ (อธิโมกข์ที่ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ)
มวลมนุษย์เมื่อไม่มีมือ แม้พบเห็นรัตนะก็หยิบเอาไม่ได้ เมื่อไม่มีทรัพย์ สมบัติ ทั้งมวลย่อมไม่เกิดแก่พวกเขา เมื่อไม่มีเมล็ดพืช ข้าวกล้าเป็นต้นย่อมไม่สำเร็จ ฉันใด เมื่อ ศรัทธาไม่มี บุญกิริยาวัตถุย่อมสำเร็จไม่ได้ ฉันนั้น ดังสารุก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า
หตถวิตฺตพืชสทิสา. ๘๖
“เหมือนมือ ทรัพย์ และเมล็ดพืช”
สติ (ความระลึกได้) คือ สภาวะระลึกได้ หมายความว่า เข้าถึงกรรมดีที่ตน กระทำแล้วและพึงกระทำ หรือเข้าถึงพระพุทธคุณเป็นต้น ด้วยความไม่หลงลืม
สติมี ๒ ประเภท คือ สัมมาสติ และมิจฉาสติ