ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อโทสะ (ความไม่โกรธ) คือ สภาวะที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความโกรธ อโทสะย่อมเป็นไปเพื่อกำจัดความโกรธในอารมณ์ที่ตนสำคัญว่าไม่ดีซึ่งมีโทสะนั้นเป็นไปด้วยความประทุษร้าย อโทสะเป็นเหตุทำให้เกิดใจใสสะอาดดุจพระจันทร์เพ็ญในเหล่าสัตว์ ได้ชื่อว่าเป็นสภาพไม่ปองร้าย (อัพยาปาทธาตุ) ชนิดหนึ่ง อโทสะนี้เรียกว่า “เมตตา” ในพรหมวิหาร
แม้อโมหะก็ควรกล่าวในที่นี้ อโมหะ (ความไม่หลง) คือ สภาวะที่เป็นปฏิปักษ์ต่อโมหะ อโมหะกำจัดความหลงในเหตุ ผล หรืออริยสัจที่มีโมหะกระทำความมืดไปอโมหะเหมือนการทำให้เกิดพระจันทร์และพระอาทิตย์นับพันดวงสว่างไสวอยู่ ได้ชื่อว่าความรู้ (วิชชา)
ในคำว่า ตตรุมชญตตตา (ตตร + มชฺณ + อตฺต + ตา) นี้ คำว่า อัตตะ คือ สภาพ
คำว่า มชฺณตฺตคะ คือ ธรรมที่มีสภาพเป็นไปในท่ามกลางแห่งฝ่ายที่ไม่สม่ำเสมอกันสองฝ่ายคือความหดหู่และความฟุ้งซ่าน หมายถึง หมู่สัมปยุตตธรรมที่เป็นไปสม่ำเสมอ [คือ ไม่มีความหดหู่เซื่องซึมและความฟุ้งซ่าน]
คำว่า มชฺณตฺตตา คือ ความเป็นไปสม่ำเสมอ
คำว่า ตตรมชฺณตฺตตา คือ ความเป็นไปสม่ำเสมออันปรากฏในสัมปยุตตธรรมนั้นๆ
อีกนัยหนึ่ง ตตรมชฺณตฺตตา คือ ความเป็นไปสม่ำเสมอของจิตและเจตสิกในกรรมที่ดีงามนั้นๆ ดังสาธก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า
สา สมปปวตฺตานํ สมปยุตฺตธมฺมานํ อชุญเปกฺขุนวเสน สมปปวตฺตานํ อาชาเนยยานํ อชุญเปกฺขุนสารถี วิย ทฏฐพฺพวา.๕
“พึงทราบตตรมชฺณตฺตตาว่าเหมือนสารถีผู้วางเฉยต่อม้าอาชาไนย ซึ่งวิ่งไปโดยสม่ำเสมอ เพราะวางเฉยต่อสัมปยุตตธรรมที่เป็นไปโดยสม่ำเสมอ”
[คำว่า ตตรุมชญตตตา มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ความเป็นไปสม่ำเสมออันปรากฏในสัมปยุตตธรรมนั้นๆ = เตสุ เตสุ สมปยุตฺตธมฺเมสุ ทิสฺสมานา มชฺณตฺตตา ตตรุมชญตตตา (ตตร ศัพท์หมายถึงสัมปยุตตธรรม)]