Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

คำว่า จิตตุปปาทสุ (จิตอันเป็นที่เกิดของเจตสิก) หมายถึง จิตนั่นแหละ โดย
กระทำรูปวิเคราะห์ดังนี้ คำว่า อุปปาทะ คือ ที่เกิดของเจตสิก คำว่า จิตตุปปาทะ ก็คือ
จิตอันเป็นที่เกิดของเจตสิกนั่นแหละ

อธิบายอัญसมานเจตสิก สัมปโยคไนย

๑๓-๔. ปกิณณกเจตสิก ๖ ดวงย่อมไม่เกิดในทวิปัญจวิญญาณจิต เพราะมีกำลัง
น้อยกว่าจิตทั้งหมด วิตกย่อมไม่เกิดในทุติยฌานจิตเป็นต้น วิจารไม่เกิดในตติยฌานจิตเป็นต้น
ปีติไม่เกิดในจตุตถฌานจิตเป็นต้น เพราะถูกกำจัดด้วยอานุภาพแห่งภาวนา อธิโมกข์ไม่เกิด
ในวิจิกิจฉาจิตซึ่งมีสภาพอันตัดสินไม่ได้ เพราะอธิโมกข์มีสภาพตัดสิน วิริยะย่อมไม่เกิดใน
จิต ๑๖ ดวงคือปัญจทวารวัชชนจิตเป็นต้นที่มีกำลังน้อย เพราะวิริยะเป็นหัวหน้าของพลธรรม
(ธรรมที่มีกำลัง) ปีติย่อมไม่เกิดในจิตที่ประกอบด้วยโทมนัสเวทนาและอุเบกขาเวทนา เพราะ
ปีติมีสภาพยินดี ฉันทะย่อมไม่เกิดในอเหตุุกจิตและโมหมูลจิตอันปราศจากความปรารถนา
เพราะฉันทะมีสภาพปรารถนา ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปกิณณเกสฺ ปน ฯเปฯ โมมูหรชฺชิต-
จิตเตสุ (แต่ในบรรดาเจตสิกทั้งหลาย...ฉันทเจตสิก เกิดในจิตยกเว้นอเหตุุกจิต ๑๘ ดวง
โมหมูลจิต ๒ ดวง)

อธิบายคาถาสรุป

๑๕. พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า อนึ่ง จิตตุปบาทเหล่านั้นที่เว้นจากปกิณณกเจตสิก
[หรือ]ประกอบด้วยปกิณณกเจตสิก

อธิบายอกุศลเจตสิก สัมปโยคไนย

๒๐. คำว่า อกุสเลสุ แปลว่า ในอกุศลเจตสิกทั้งหลาย
พึงประกอบบทว่า เจตสิก ๔ ดวงเหล่านี้ คือ โมหะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และ
อุทธัจจะ ชื่อว่าสัพพากุศลสาธารณเจตสิก (เจตสิกที่มีทั่วไปในอกุศลจิตทั้งหมด) ย่อมเกิด
ในอกุศลจิตทั้ง ๑๒ ดวง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka