ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
และสมาธิขันธ์ ย่อมทำหน้าที่ของธรรมอื่นให้สำเร็จ ด้วยเหตุนั้น โลกุตตรมรรคจึงไม่มี
ต่ำกว่ามรรคมีองค์ ๗ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า วิรติโย ปน ติสฺสปิ ฯเปฯ ลพุภนฺติ (วิรตีเจตสิก
๓ ดวงย่อมเกิดแน่นอนพร้อมกันในโลกุตตรจิตทั้ง ๘ โดยประการทั้งปวง)
พึงประกอบบทว่า วิรตีเจตสิกย่อมเกิดแน่นอนพร้อมกันโดยประการทั้งปวง
ในประโยคนั้น คำว่า นิยตาว (แน่นอน) มีความหมายว่า ไม่ใช่เกิดบางคราว
เท่านั้นเหมือนในโลกิยจิต แต่เกิดแน่นอนทุกเมื่อ
ถามว่า : เพราะเหตุใด
ตอบว่า : เพราะธรรมอันเป็นโลกุตตระเป็นไปด้วยการบำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์อยู่เสมอ
โดยความจริงแล้ว โลกุตตรวิรตีย่อมไม่เป็นไปโดยเนื่องกับทานบ้าง เนื่องกับการสดับและ
การศึกษาบ้าง เนื่องกับการเจริญกสิณเป็นต้นบ้าง เหมือนโลกิยวิรตีทั้งหลาย
คำว่า เอกโตว (พร้อมกันนั่นเทียว) มีความหมายว่า ไม่ได้เกิดเป็นอย่างๆ เหมือน
ในโลกิยจิต แต่เกิดร่วมกันทั้ง ๓ ดวง
ถามว่า : เหตุใดจึงเกิดร่วมกันทั้ง ๓ ดวง
ตอบว่า : เพราะวิรตีทั้ง ๓ มีอารมณ์ไม่ต่างกัน ความจริงโลกุตตรวิรตีย่อมไม่
เป็นไปโดยปรารภอารมณ์ต่างๆ มีชีวิตินทรีย์เป็นต้นที่เรียกว่าอารมณ์ที่ควรล่วงละเมิดเหมือน
โลกิยวิรตี แต่เป็นไปโดยปรารภนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น
คำว่า สพฺพถาปิ (แม้โดยประการทั้งปวง) มีความหมายว่า วิรตีย่อมไม่เกิดโดย
การกำจัดอกุศลบางส่วนออกไปเหมือนในโลกิยจิต แต่ทั้ง ๓ ดวงย่อมเกิดเมื่อกำจัดทุจริต
และทุราชีพ (การเลี้ยงชีพไม่ดี) ไปทั้งหมด หมายความว่า สัมมาวาจาที่เกิดครั้งเดียวใน
โลกิยจิต ย่อมกำจัดวจีทุจริต ๔ ทั้งหมดพร้อมกันไม่ได้ การงดเว้นจากมุสาวาทย่อมกำจัด
มุสาวาทได้ แต่กำจัดวจีทุจริตอื่นไม่ได้ และยังกำจัดมุสาวาทพร้อมทั้งรากเหง้าและอนุสัย
ไม่ได้ นอกจากนั้น การงดเว้นจากปิสุณวาจาย่อมกำจัดปิสุณวาจาได้ แต่กำจัดวจีทุจริตอื่น
ไม่ได้ และยังกำจัดปิสุณวาจาพร้อมทั้งรากเหง้าและอนุสัยไม่ได้ พึงขยายความทั้งหมด
[ตามนัยนี้] ส่วนสัมมาวาจาในโลกุตตรจิต เมื่อเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งย่อมกำจัดวจีทุจริตทั้งหมด