Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

พร้อมทั้งรากเหง้าและอนุสัย สัมมากัมมันตะเมื่อเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งย่อมกำจัด
กายทุจริตทั้งหมดพร้อมทั้งรากเหง้าและอนุสัย สัมมาอาชีวะเมื่อได้เกิดขึ้นแล้วย่อมกำจัด
กายทุจริตและวจีทุจริตที่มีการเลี้ยงชีพเป็นเหตุพร้อมทั้งรากเหง้าและอนุสัย วิรตี ๓ ดวง
ย่อมเกิดโดยประการทั้งปวงในโลกุตตรจิตเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้

ปิ ศัพท์[ที่แปลว่า แม้] มีอรรถรวบรวมบางส่วน สัมมาวาจาดวงหนึ่งที่เกิด
ครั้งเดียว ย่อมเกิดด้วยการกำจัดมุสาวาท ทั้งไม่เกิดด้วยการกำจัดมุสาวาทอย่างเดียว แต่
ยังเกิดขึ้นด้วยการกำจัดปิสุณวาจาอีกด้วย พึงกล่าวข้อความทั้งหมดนี้

คำว่า “[กำจัด]ทุจริตพร้อมทั้งรากเหง้าและอนุสัย” นี้ หมายความว่า กิเลสทั้งหลาย
มีกามราคานุสัยเป็นต้นที่ทำให้เคลื่อนไหวกายและวาจา ซึ่งบุคคลพึงกำจัดด้วยมรรคขั้นสูง
ย่อมมีได้แม้แก่เสกขบุคคลในอรูปภูมิ จึงควรเว้นการกล่าวถึงเสกขบุคคลที่อยู่ในกามภูมิ
และรูปภูมิ ดังนั้น วิรตีจึงกำจัดทุจริตในมรรคและผลขั้นสูงได้ด้วยการกำจัดกิเลส

คำว่า กามาวจรกุศลเสสว (ในกามาวจรกุศลจิตเท่านั้น) มีความหมายว่า วิรตี-
เจตสิก ย่อมไม่เกิดในกามาวจรวิปากจิตและกามาวจรกิริยาจิต ทั้งไม่เกิดในมหัคคตจิต

แม้วิรตีในกามาวจรกุศลจิตก็เกิดกับจิตในกามภูมิเท่านั้น ไม่เกิดในจิตในรูปภูมิ
และอรูปภูมิ โดยแท้จริงแล้ว ทุจริตทางกายและทางวาจาซึ่งเรียกว่าเจตนางดเว้น ย่อม
ไม่มีแก่พรหมทั้งหลาย และโลกิยวิรตีย่อมไม่เป็นไปในบุคคลผู้ปราศจากเจตนางดเว้น

บางคนอ้างว่า “วิรตีย่อมไม่เป็นไปในเทวดาชั้นกามาวจร ๖ ชั้นสูง” ข้อนั้นมี
วิจารณ์ไว้ในคัมภีร์ถาววัตถุ

ถามว่า : หากเป็นตามนี้ การที่วิรตีไม่เป็นไปในผู้ดำรงอยู่ในผลจิตขั้นต่ำ ๓ แม้
ในมนุษย์โลกย่อมมีได้ เพราะผู้นั้นจะไม่มีการปลงชีวิตสัตว์เป็นต้นที่ชื่อว่าสภาพ[คือ
เจตนา]ทิ้งดเว้น

ตอบว่า : ไม่มีก็จริง แต่กองอาบัติ ๗ ก็ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นสภาพทิ้งดเว้น
เช่นเดียวกับที่ตั้งของการหลอกลวง บางข้อนั้นยังเกี่ยวข้องกับบุคคลผู้ดำรงอยู่ในผลอีกด้วย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka