ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
จิต เจตสิก ๓๘ ดวงได้ในกามาวจรโสภณจิต เจตสิก ๒๗ ดวงได้ในอกุศลจิต และเจตสิก ๑๒ ดวงได้ในอเหตุุกจิต) แสดงหัวข้อของสังคหะ
๓๖. อัปปมัญญาที่มีสัตว์บัญญัติเป็นอารมณ์ ย่อมไม่มีในโลกุตตรจิตซึ่งมีนิพพานเป็นอารมณ์ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อัปปมัญญาวัชชิตา (ยกเว้นอัปปมัญญา)
ตถา ศัพท์แสดงนัยว่า เช่นเดียวกันนี้ คือ เจตสิก ๓๕ ดวงอันหมายถึง อัญญสมานเจตสิก ๑๒ ดวงยกเว้นวิตก และโสภณเจตสิก ๒๓ ดวงยกเว้นอัปปมัญญา ๒ ย่อมรวมเข้าในทุติยฌานิกจิต เป็นต้น
คำว่า เต เอว (เจตสิกเหล่านั้น) คือ เจตสิก ๓๒ ดวงที่ประกอบด้วยอุเบกขา ยกเว้นวิตก วิจาร ปีติ และสุข
ในคำว่า อฎฐสุ (ในโลกุตตรจิต ๘ ดวง) พึงทราบการแสดงเอกเสส (การลบให้เหลือศัพท์หนึ่ง) คำว่า อฎฐ หมายถึง จิต ๘ ดวง และ จิต ๘ ดวง หรือแสดงด้วยการลบวิจฉาศัพท์
[เอกเสสนัย เป็นการลบให้เหลือศัพท์หนึ่งศัพท์ กล่าวคือ บทเดิมมี ๒ ศัพท์ เชื่อมสมาสว่า อฎฐจฎฐ ลบ อฎฐ ศัพท์หลังเพื่อให้เหลือศัพท์เดียว ตามนัยหลัง วิจฉาศัพท์ คือ ศัพท์ที่ลงวิภัตตินามทั้ง ๒ ศัพท์ ไม่ใช่สมาสเหมือนเอกเสส ให้ลบหนึ่งศัพท์เพื่อย่อคำ ทั้งสองนัยเป็นการลบให้เหลือศัพท์หนึ่งศัพท์ ท่านแสดงทั้งสองนัยนี้ไว้ตามหลักภาษา]
คำว่า ปญจกชฺฌานวเสน (โดยจำแนกตามฌาน ๕) มีความหมายว่า โดยการจำแนกตามประเภทของฌานที่ตรัสไว้โดยปจจนัยในพระบาลี หมายถึง สังคหะมี ๔ อย่าง โดยจำแนกตามประเภทของฌานที่ตรัสไว้โดยจตุกกนัย
บรรดาผู้บรรลุปฐมฌานแล้วเจริญทุติยฌานอยู่ ผู้มีปัญญาช้าย่อมล่วงพ้นวิตกได้อย่างเดียว ทุติยฌานมีองค์ ๔ ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น ส่วนผู้มีปัญญาเร็วย่อมล่วงพ้นวิตกและวิจารได้พร้อมกัน ทุติยฌานมีองค์ ๓ ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น ความต่างกันของนัยเหล่านั้นจึงเป็นดังนี้