ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ตอบว่า : ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะมหาวิบากจิตปราศจากความดำริ หมายความว่า บัญญัติเป็นสิ่งไม่มีจริง [แต่มีด้วยการสมมุติ] อีกทั้งธรรมที่เป็นมหัคคตะและโลกุตตระ ก็มีสภาพละเอียดสุขุม บัญญัติและธรรมเหล่านั้นจึงเป็นอารมณ์ของกุศลเป็นต้นที่รับรู้โดย ดำริหรือแทงตลอดด้วยประการนั้นๆ แต่กามวิปากจิตจะดำริรับรู้อารมณ์ไม่ได้ เพราะมี อานุภาพน้อย จิตดังกล่าวย่อมจะรู้แจ้งแทงตลอดไม่ได้ ดังนั้น กามวิปากจิตจึงรับรู้บัญญัติ หรือธรรมอันเป็นมหัคคตะและโลกุตตระไม่ได้ ส่วนมหัคคตวิปากจิต แม้ปราศจากความ ดำริก็รับรู้อารมณ์บัญญัติพิเศษ ที่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพของการอบรมจิต เพราะเกิดด้วย กรรมพิเศษซึ่งบรรลุอัปปนา
(๔๗) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “[วิบากของกามาวจรกุศลนั้นไม่มีอารมณ์เหมือน กุศล] เพราะเป็นผลของกรรมที่เนื่องด้วยกามตัณหา” และอธิบายความนั้นด้วยการเปรียบ บุตรของนางทาสีโดยมุ่งหมายว่า “กามวิปากจิตรับรู้กามธรรมที่เป็นอารมณ์ของกามตัณหาได้ เพราะเกิดจากกรรมที่เนื่องด้วยตัณหา” ข้อความนั้นพึงใคร่ครวญ เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ แม้ มหัคคตวิปากจิตก็เกิดจากกรรมที่เนื่องด้วยรูปตัณหาและอรูปตัณหา จิตเหล่านั้นก็พึงรับ อารมณ์เป็นมหัคคตธรรมซึ่งเป็นอารมณ์ของรูปตัณหาและอรูปตัณหาเท่านั้น
แม้กามตัณหาก็ใช่ว่าจะรับอารมณ์เป็นกามธรรมอย่างเดียว แต่ไม่รับอารมณ์ เป็นบัญญัติ และตัณหาที่เป็นไปด้วยความยินดีในบัญญัติมีสตรีบุรุษหรือมือเท้าเป็นต้น ย่อม จะเป็นกามตัณหาแน่นอน
๔๑. คำว่า สุเภ แปลว่า ในกุศลจิต
คำว่า มเน (ในบรรดจิต) ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถนิทรารณะ (กลุ่มที่มีการ กระจายส่วนย่อยออก) พึงทราบนิทรารณียะ (ส่วนย่อย) ว่า สุเภ กุริเย ปาเก (ในกุศลจิต วิปากจิต กิริยจิต) อีกนัยหนึ่ง พึงประกอบบทว่า สังคหนัยในจิตที่เป็นกามาวจรกุศล วิบาก และกิริยาอันประกอบด้วยเหตุ มี ๑๒ นัย
[ตามนัยแรก คำว่า มเน ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถนิทรารณะ นัยหลังให้ลงสัตตมีวิภัตติใน อรรถอาธาระตามปกติ]