Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อธิบายจิตที่ไม่ประกอบด้วยวิรตี-อัปปมัญญา

๔๒. คาถาว่า น วิชชนุเตตก (ในบรรดาสโภณจิตเหล่านี้ วิรตีเจตสิกย่อมไม่ประกอบในมหากิริยจิต ๘ ดวง และในมหัคคตจิต ๒๗ ดวง) เป็นการประมวลธรรมที่ถูกยกเว้น

คำว่า เอตุก คือ ในบรรดาสโภณจิต
คำว่า ทุวย์ (เจตสิก ๒ อย่าง) คือ วิรตีเจตสิกและอัปปมัญญาเจตสิก ๒ อย่าง

อธิบายวิเสสกเจตสิก

คำว่า อนุตฺตเร (ในโลุกุตตรจิต) เป็นการนับธรรมที่ทำให้มีลักษณะเฉพาะไม่ทั่วไป
คำว่า ฌานธมฺมา (ธรรมที่เป็นฌาน) คือ วิตกเป็นต้น
อัปปมัญญาและฌานธรรมทำให้จิตมีลักษณะเฉพาะในมัชฌิมจิต (จิตปานกลาง) คือมหัคคตจิต ส่วนอัปปมัญญา วิรตี ปัญญา และปีติ ทำให้มีลักษณะเฉพาะในปริตตจิต (จิตที่มีกำลังน้อย) คือกามาวจรสโภณจิต ดังกล่าวเป็นการทำให้จิตเกิดลักษณะเฉพาะโดยสังคหนัย

อธิบายอกุศลจิต สังคหนัย

๔๓. พึงประกอบบทว่า เจตสิก ๑๗ ดวงพร้อมทั้งโภภเจตสิกและทิฏฐิเจตสิก รวมเป็นเจตสิก ๑๙ ดวง ย่อมรวมเข้า[ในอสังขาริกจิตดวงที่ ๑]

๔๔. พึงประกอบบทว่า เจตสิก ๑๖ ดวง คือ อัญญสมานเจตสิก ๑๒ ยกเว้นปีติ และอกุศลสาธารณเจตสิก ๔ พร้อมทั้งโลภเจตสิกและทิฏฐิเจตสิก รวมเป็นเจตสิก ๑๘ ดวง ย่อมรวมเข้า[ในอสังขาริกจิตดวงที่ ๓]

๔๗. อิสสา มัจฉริยะ และกุกกุจจะ แตกต่างกันโดยหน้าที่และอารมณ์ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อิสสา ฯเปฯ โยเขตพพานิ (พึงประกอบอิสสา มัจฉริยะ และกุกกุจจะในอสังขาริกจิตดวงที่ ๕ นี้เป็นดวงๆ ไป)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka