Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ชอบใจ ไม่ชอบใจ หรือวางเฉย ไม่มีประการอื่นจากนั้น

            ส่วนประเภทอื่นตรัสไว้โดยปริยายนั้น ความพิสดารมีดังนี้ว่า ในบรรดาเวทนา
เหล่านั้น เวทนา ๒ อย่างตรัสไว้โดยจำแนกตามเวทนาทางกายและทางใจ ดังพระพุทธวจนะว่า

            กตมา จ ภิกฺขเว เทพุ เวทนา กายิกา จ เจตสิกา จ.๒

            “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เวทนา ๒ อย่างเป็นไฉน คือ เวทนาทางกาย และเวทนา
ทางใจ”

            อีกนัยหนึ่ง เวทนา ๒ อย่างตรัสไว้โดยรวมอุเบกขาเข้าในสุข ดังพระพุทธวจนะว่า

            เทฺว เวทนา วุตฺตา ภควตา สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา. ยายํ ภนฺเต อทุกฺขมสุขา
เวทนา. สนฺตสฺมี เอสา ปณีเต สุเข วุตฺตา ภควตา.๓

            “พระผู้มีพระภาคตรัสเวทนา ๒ อย่าง คือ สุขเวทนา และทุกขเวทนา ท่านผู้เจริญ
พระผู้มีพระภาคตรัสอุเบกขาไว้ในสุขอันสงบประณีต”

            ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “พระพุทธเจ้าตรัสเวทนา ๒ อย่างไว้ โดยรวมอุเบกขาที่
เป็นไปในฝ่ายไม่มีโทษไว้ในสุข และรวมอุเบกขาที่เป็นไปในฝ่ายมีโทษไว้ในทุกข์” ข้อความ
นั้นแม้ไม่ปรากฏในพระบาลี ก็สมควร

            เวทนามี ๕ อย่างด้วยการจำแนกตามอินทรีย์ [ความเป็นใหญ่ซึ่งปรากฏชัดเป็น
สุขเวทนา ทุกขเวทนา โสมนัสเวทนา โทมนัสเวทนา และอุเบกขาเวทนา]

            เวทนามี ๖ อย่างด้วยการจำแนกตามผัสสะ [จักขุสัมผัสสชาเวทนา = เวทนาเกิด
จากสัมผัสทางจักขุประสาท โตตสัมผัสสชาเวทนา = เวทนาเกิดจากสัมผัสทางโสตประสาท
ฆานสัมผัสสชาเวทนา = เวทนาเกิดจากสัมผัสทางฆานประสาท ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา =
เวทนาเกิดจากสัมผัสทางชิวหาประสาท กายสัมผัสสชาเวทนา = เวทนาเกิดจากสัมผัสทาง
กายประสาท และ มโนสัมผัสสชาเวทนา = เวทนาเกิดจากสัมผัสทางใจ]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka